HANABIRA

Sono Hanabira ni Kuchizuke Wo

Watashi no Ouji-sama

- part 5-

(Final Part)

 

อ่านย้อนหลังได้ที่

Part 1 | Part 2 | Part 3 | Part4

 

 

ตัวอักษรสีม่วง คือคำพูดของคาเอเดะ

ตัวอักษรสีน้ำตาล คือคำพูดของซาร่า

ตัวเอียงสีเทา  คือสรุปเหตุการณ์คร่าวๆและความเห็นของคนทำสปอยล์

 

 

หมายเหตุ

ย้ำอีกครั้ง เราแปลจากฉบับภาษาอังกฤษแล้วมีฟังเทียบบ้าง (ถ้าฟังออกนะ ฮา)

อาจจะไม่ได้สปอยล์แบบแปลออกมาตรงเป๊ะแบบถอดทุกคำพูดนะคะ

ตัดบ้าง เติมบ้าง เพื่อความเหมาะสมและเพิ่มอรรถรสของเนื้อเรื่อง

อีกอย่างเราก็ไม่ใช่คนเก่งกาจอะไร ผิดพลาดตรงไหนขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

 

เอามาลงที่เอ็กซ์ทีนเพิ่ม เพราะเมื่อวานจะอัพแล้วเอ็กซ์ทีนดันป่วยซะงั้น (เศร้า ฮือ)

โดยพาร์ทนี้อุดมไปด้วยตัวอักษรและยาวมาก

 ตอนแรกจะตัดเป็นสองพาร์ทด้วยล่ะ แต่สุดท้ายก็ตบมารวมกันชดเชยที่ดองไปเป็นเวลานาน (ฮา)

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด ขอบคุณที่ติดตาม แล้วพบกันใหม่ในภาคสี่.. |' v ' x)ノ

 photo 000-2.jpg

แฮ่~

.

.

.

“ความรักนี่วิเศษไปเลยเนอะ คาเอเดะจัง 

แม้พวกเราจะกลับมาถึงบ้านแล้ว แต่ซาร่าก็ยังคงชวนคุยเรื่องความรักไม่หยุด

และไม่ว่าฉันจะพยายามยังไงก็ทำให้เธออธิบายเรื่อง เจ้าชาย ที่ว่านั่นไม่ได้

ดูจากท่าทางของเธอแล้ว ค่อยถามวันหลังก็ไม่เสียหายอะไร

เหมือนกับว่าฉันกำลังรู้สึกสนุกสนานไปกับการที่ได้เห็นซาร่ามีความสุขเลยล่ะ

พอคิดแบบนั้น ในใจก็รู้สึกสับสนขึ้นมา

 .

“กลับมาแล้วค่ะ” 

“กลับมาแล้วค่า~ 

เย็นวันหนึ่งที่พวกเรากลับจากโรงเรียน

คุณพ่อคุณแม่ก็กำลังเตรียมตัวออกไปข้างนอก

ทั้งคู่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่ดูดีกว่าปกติ

“ตายจริง ยินดีต้อนรับจ้ะ” 

“ยินดีต้อนรับ” 

“กำลังจะไปข้างนอกกันเหรอคะ?” 

“วันนี้มีคอนเสิร์ตน่ะ” 

“อ๊ะ อย่างงี้นี่เอง”

คุณแม่ติดตามวงออเครสต้าอยู่หลายวงท่านก็เลยออกไปข้างนอกบ่อย

โดยส่วนใหญ่จะออกไปกับคุณพ่อนั่นแหละนะ

พวกท่านยังเป็นคู่ที่น่ารัก ไม่ว่าจะเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนแล้วก็ตาม

ตัวฉันเองก็อยากมีชีวิตหลังแต่งงานเหมือนทั้งสองคนบ้างเหมือนกัน

คาเอเดะชื่นชมพ่อแม่ตัวเอง 

“จะไปออกไปด้วยกันมั้ย?” 

“เอ๊ะ? เอ่อ คือว่า.. 

“ซาร่าสนใจดนตรีคลาสสิกรึเปล่าน่ะ?” 

“อื้อ เคยไปดูมาตั้งหลายครั้งเลยล่ะ~ 

“อ๊ะ แต่ว่า ครั้งนี้คงต้องขอผ่านแหละค่ะ แฮะๆ” 

“มีอะไรที่ต้องทำงั้นเหรอ?”

“อื้อ.. นิดหน่อยน่ะ”

“อ๋อ”

ซาร่าไม่อยากออกไปไหน

ฉันอดสงสัยไม่ได้ว่าอาจจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับโรงเรียนอะไรพวกนี้รึเปล่า

ถ้าเป็นแบบนั้นฉันก็ควรจะอยู่ให้คำแนะนำเธอที่บ้าน

แต่ถ้าไม่ใช่ อาจเป็นเพราะฉันคงกังวลเรื่องของเธอมากเกินไป

“ถ้าซาร่าไม่ไป หนูก็จะอยู่บ้านเหมือนกันค่ะ”

“งั้นเหรอ? ถ้างั้นก็ได้จ้ะ”

คุณแม่รับทราบ คุยกันอีกนิดหน่อย

ก่อนจะบอกว่ามี วัตถุดิบอยู่ในตู้เย็น ทำอาหารให้ซาร่าด้วยนะ

“เอ๊ะ? งั้นก็หมายความว่าคืนนี้ซาร่าจะได้กินอาหารฝีมือคาเอดะจังน่ะสิ”

“เย้~ จะตั้งตารอเลยล่ะ”

ซาร่ามองมาที่ฉันด้วยแววตาเป็นประกาย

แต่ถึงเธอจะตั้งหน้าตั้งตารอแค่ไหน ฉันก็ทำได้ไม่ดีเท่าที่แม่ทำหรอกนะ..

“ตายจริง ไม่ตั้งหน้าตั้งตาคอยอาหารฝีมือป้าบ้างเหรอ?”

เมื่อแม่พูดแบบนั้นด้วยน้ำเสียงเชิงหยอกล้อ ซาร่าก็ยิ้มเริงร่าตอบ

“แน่นอนอยู่แล้วล่ะค่ะ กับข้าวฝีมือคุณป้าน่ะสุดยอดจะตาย”

“หุหุ~ ขอบใจนะจ๊ะ”

“แต่กับข้าวของคาเอเดะจังรสชาติก็ไม่ต่างที่ฉันทำหรอกนะ”

“เพราะว่ามันเป็นรสชาติที่หนูคุ้นไงคะ”

“โอ้ะ? นี่ชมแม่อยู่เหรอ?”

“แน่นอนค่ะ”

“อุฮุฮุ~ ขอบใจอีกครั้งนะ”

“ใกล้ได้เวลาไปแล้วนะ”

“อ๊ะ งั้นเหรอคะ?”

“คงจะกลับมาดึกหน่อย เข้านอนไปก่อนเลยก็ได้นะ”

“เข้าใจแล้วค่ะ เดินทางปลอดภัยนะคะ”

“โชคดีค่า!

พอทั้งคู่ออกไป คาเอเดะก็ตรงไปที่ตู้เย็นโดยมีซาร่าเดินตามต้อยๆ

“คืนนี้ได้อยู่กับคาเอเดะจังสองต่อสองด้วยล่ะ..

ซาร่าเสียงหื่น เอ๊ย เสียงเพ้อหน่อยๆ

“อะฮะฮะฮะฮะ..

คาเอเดะหัวเราะเจื่อนๆ พอจะรู้ว่าซาร่าจินตนาการค่ำคืนแบบไหนอยู่

“แล้วจะทำอะไรทานกันดีนะ?”

“ถ้าเป็นที่คาเอเดะจังทำละก็ ซาร่าทานได้หมดแหละ

“จริงเหรอ? งั้นเต้าหู้ผัดสไตล์เสฉวนแบบเผ็ดพิเศษดีมั้ยนะ?”

“อึก ไม่เอาอะ ~

คาเอเดะบอกว่าซาร่าทำหน้าตลกดี ..เลว!

“คิกคิก~

“หัวเราะทำไมน่ะ? คาเอเดะจังใจร้าย”

คาเอเดะหัวเราะไปดูของในตู้เย็นไป

“เอ

คาเอเดะคิดว่าจะทำอะไรกินดี แล้วอยู่ๆก็คิดถึงซาร่าที่ต้องเลือกกินเพื่อรักษาหุ่นเลยตัดสินใจจะทำอาหารที่เป็นพวก ให้พลังงานน้อย-ไขมันต่ำ’ แต่ดีต่อสุขภาพให้ซาร่ากิน

“ตัดสินใจแล้ว”

“อะไรเหรอ? อะไรเหรอ? คาเอเดะจังจะทำอะไรให้ซาร่ากินเหรอ?”

“อาหารที่ให้พลังงานต่ำสำหรับงานของซาร่าไงล่ะ”

“เอ๋? สำหรับซาร่าเหรอ?”

“อื้อ”

“เนี้ยว~~ ขอบคุณนะคาเอเดะจัง!

ซาร่าโผเข้ากอดฉันไว้แน่น

แน่นซะจนฉันอดสงสัยไม่ได้ว่าไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนกันนะ?

“ปกติซาร่าต้องคอยระวังเวลาจะกินอะไรใช่มั้ยล่ะ?”

“ดูเหมือนว่าเธอไม่แตะอาหารที่ให้พลังงานสูงเลยนี่นา”

“อุหวา~ รู้ด้วยเหรอ?”

“แค่มองก็รู้แล้วล่ะ”

“คาเอเดะจัง

“เข้าใจแล้วล่ะ คาเอเดะจังเฝ้ามองซาร่าอยู่ตลอดเวลาเลยสินะ”

“คาเอเดะจังรักซาร่าม๊ากมากเลยเนอะ 

“พะ พูดแบบนั้น  คำว่ารักอาจจะฟังดูโอเว่อร์ไปหน่อยมั้ง?”

“อะแฮ่ม ยังไงก็เถอะ ทุกอย่างที่จะทำคืนนี้จะเป็นอาหารไขมันต่ำนะ”

“กินให้มากเท่าที่ต้องการเลย แล้วก็ต้องอิ่มท้องด้วยล่ะ”

ซาร่ามองฉันด้วยดวงตารื่นน้ำตา

“บะ-บอกแล้วไงว่ามันฟังดูเว่อร์ไป”

“ไม่จริงซะหน่อย”

“เป็นเมนูที่นึกถึงซ่าร่าตอนที่คิดอยู่ใช่มั้ยล่ะ?”

“นั่นแหละคือความรัก!

“อาความรักสุดแสนลึกซึ้งเลยด้วยล่ะ!

“อ่า….

ซะ-ซาร่ายังโอเคอยู่มั้ย? (ซาร่าป่วย ขำ ww)

“จะว่าไป ขอซาร่าตอบแทนคาเอเดะจังได้มั้ย?”

“อื้อ อื้อ น่าจะโอเคอยู่ล่ะนะ~

“เนอะ คาเอเดะจัง”

ซาร่าพูดเองเออเองนี่หว่า

“มะ-มันก็ได้อยู่หรอก แต่ฉันไม่ได้ทำแบบนี้เพราะอยากได้รางวัลซะหน่อย”

คาเอเดะไม่อยากได้รางวัลตอบแทนขนาดนั้น แต่ซาร่าจะให้ท่าเดียว และด้วยนิสัยปกติของซาร่า เธอก็ตื้อจนคาเอเดะยอมแพ้อีกเช่นเคย.. ส่วนรางวัลที่ว่าคือการนวดพิเศษระหว่างอาบน้ำ! (นี่ให้รางวัลตัวเองรึเปล่าเนี่ย) คงเดากันได้ไม่ยากว่านวดแบบไหน เพราะฉะนั้นเราข้ามค่ะ เฮ

.

.

ซาร่าอยู่ในห้องน้ำนานไปหน่อยจนหน้ามืด คาเอเดะเลยประคองกลับไปนั่งพักที่เตียง (โถ..)

“เอาน้ำหน่อยมั้ย?”

“ซาร่าไม่เป็นไรหรอกน่า~

“ช่วยขยับมาใกล้ๆหน่อยสิ~

ตอนนี้คาเอเดะเปลี่ยนเป็นชุดนอนแล้ว ซาร่าก็จับแขนเสื้อของอีกฝ่ายเอาไว้

“ฉันไม่หนีไปไหนหรอกน่า”

“อื้อ”

“อ๋า~ รู้สึกเหมือนจะเป็นลมเลย..

“เพราะทำอะไรพิลึกๆเองไม่ใช่เหรอ”

“แต่ว่าอยากให้คาเอเดะจังมีความสุขนี่นา~ แฮะๆ”

ซาร่าหัวเราะออกมา แม้จะดูวิงเวียนและอ่อนเพลีย

ราวกับว่าเธอมีความสุขกับมันมาก

“แต่ถ้าซาร่าเป็นอะไรขึ้นมาฉันเสียใจแย่เลยน่ะสิ”

“ความรู้สึกของเธอส่งมาถึงฉันแล้วล่ะ”

“แฮะๆ..

“ขอบใจนะ ซาร่า”

“อื้อ..~

ถึงแม้ว่าฉันจะแปลกใจนิดๆว่าทำไมเธอถึงได้อารมณ์ดีขนาดนั้นอยู่ก็เถอะ

มีอะไรที่ฉันพอจะทำให้เธอได้บ้างนะ?

แค่ดูแลเธอแล้วคอยทำอาหารให้เท่านั้นน่ะเหรอ?

พอมองดูซาร่าที่ท่าทางมีความสุขกับสิ่งที่ฉันทำ ก็รู้สึกเจ็บในอกขึ้นมา

เพราะนั่นเป็นแค่เรื่องไม่กี่เรื่องที่ฉันสามารถทำให้เธอได้เท่านั้น

.

.

พอซาร่าเริ่มอาการดีขึ้น ฉันก็ลงมือทำอาหารค่ำ

เธอนั่งอยู่บนเก้าอี้แล้วมองมาที่ฉันไม่วางตา

“นอนพักต่อก็ได้นะ”

“ถ้าเสร็จแล้วเดี๋ยวฉันไปเรียกเองแหละ”

“ไม่ล่ะ… ซาร่าอยากอยู่ใกล้ๆ คาเอเดะจังนี่นา”

“ฉันคิดว่าการนั่งมองเฉยๆมันไม่สนุกตรงไหนหรอกนะ

“ดีแล้วล่ะ”

“ที่สำคัญ นี่เป็นมื้อที่คาเอเดะจังตั้งใจทำให้ซาร่าด้วย”

“เลยอยากเห็นทุกๆขั้นตอนเลยล่ะ”

..อย่างงี้นี่เอง

ฉันเป็นห่วงสุขภาพของซาร่าอยู่เหมือนกัน

แต่ถ้าเทียบกับทำอาหารเงียบๆแล้ว ทำไปคุยไปดูท่าจะสนุกกว่า

“คุ้นกับที่โรงเรียนแล้วรึยัง?”

“อืมม ก็ประมาณนั้นแหละ”

“ทุกคนทั้งจริงใจทั้งใจดีเลยล่ะ”

“มีเพื่อนบ้างรึเปล่า?”

“คุยกับเด็กที่นั่งโต๊ะข้างๆบ้างแล้วล่ะ”

“แต่ว่านะ ทุกคนที่คุยกับซาร่าปฏิบัติกับซาร่าไม่เหมือนปกติเลยนี่สิ

สำหรับคนที่ป๊อบปูล่าแบบนี้แล้วนั่นคงเป็นเรื่องปกติล่ะนะ

อีกอย่างเธอก็ไม่ได้มาร่วมพิธีปฐมนิเทศด้วย

ซาร่าคงจะเหงาอยู่เหมือนกันสินะ

“ซาร่าถึงได้ตั้งหน้าตั้งตารอให้ถึงพักเที่ยงทุกวันเลยไงล่ะ”

“เวลาที่สนุกที่สุดคือช่วงพักเที่ยงนี่แหละ”

ฟังจากน้ำเสียงแล้ว ดูเหมือนว่าซาร่าจะไม่ได้โกหก

ปกติฉันก็อยู่คนเดียวมาตลอด เป็นแบบนั้นบ้างก็ไม่เลวเหมือนกัน

“แล้วเรื่องเรียนล่ะ?”

“ก็ยากอยู่เหมือนกัน~

“ขืนไม่เตรียมบทเรียนล่วงหน้าดีๆล่ะก็ ต้องแย่แน่ๆเลย~

“ถ้ามีตรงไหนไม่เข้าใจมาถามฉันได้นะ”

“อื้อ รบกวนด้วยนะ

ในขณะที่กำลังคุยกับซาร่าอยู่ฉันก็ทำอาหารเสร็จไปหนึ่งจาน

พอวางมันลงบนโต๊ะดวงตาของซาร่าก็สดใสขึ้นมา

“น่าทานจัง

ซาร่าตื้นตันกับอาหารของคาเอดะอย่างรุนแรงระดับสิบ..

ซาร่าถามว่าเก็บใส่กล่องไว้ได้มั้ย คาเอเดะสงสัยว่าซาร่าจะเก็บไว้กินมื้อดึกด้วยเหรอ แต่เปล่าเลย ซาร่าบอกว่าจะเก็บไว้กินเป็นมื้อเที่ยงที่โรงเรียนอีก () และแน่นอน คาเอเดะไม่อนุญาตค่ะ ซาร่าเลยบอกงั้นจะเก็บไว้ค่อยๆกินทุกๆชั่วโมงแทน (นี่หล่อน..)

“ขืนทำแบบนั้นจะกินไม่อิ่มแถมยังเสียสุขภาพเอาน่ะสิ”

“แล้วการที่ฉันทำอาหารที่ดีต่อสุขภาพให้ซ่าร่ากินก็ไม่มีความหมายพอดี”

“งั้นจะทำยังไงล่ะ~

“ไว้ฉันจะทำให้กินอีกก็แล้วกัน นะ?”

“จะทำอาหารให้อีกเหรอ?”

“อันดับแรก เธอต้องมั่นใจก่อนสิว่าชอบรสชาติอาหารที่ฉันทำน่ะ”

“ถ้าฝืนทานอาหารที่รสชาติไม่ถูกปากล่ะก็แย่เลย”

“ไม่เป็นไรหรอกน่า”

“ไม่ได้นะ”

“ถ้ามีความรักของซาร่าที่มีให้คาเอเดะจังแล้วล่ะก็ จะอาหารแบบไหนก็กินได้ทั้งนั้นแหละ!

“ขะ-ขอรับไว้แค่ความรู้สึกก็แล้วกันนะ”

“ซาร่าจริงจังนะ”

“ข-เข้าใจแล้ว”

คาเอเดะตั้งใจเป็นมั่นเหมาะว่าจะทำอาหารอย่างสุดฝีมือ

.

.

หนึ่งชั่วโมงให้หลัง…

คาเอเดะตั้งใจปรุงอาหารมาก ใช้ทั้งความพยายามและจิตวิญญาณ ส่วนซาร่าซาบซึ้งจนน้ำตาไหล บอกว่าคาเอเดะจังทำอาหารให้ด้วยล่ะ ดีใจมากๆเลย บลาบลาบลา คาเอเดะก็ปลอบให้หยุดร้อง พร้อมบอกว่ากินให้เสร็จในมื้อเดียวด้วยนะ ปลอบไปสักพักคาเอเดะก็ถามว่ากินทั้งๆที่ร้องไห้แบบนี้ได้เหรอ

“ให้ป้อนเอามั้ย?”

“คะ-คะ-คาเอเดะจัง!?”

“หวาาา~ ซาร่าจะเป็นลม~

“ถ้าร้องไห้แบบนั้นมากๆ เดี๋ยวก็ถือชามไม่ไหวเอาหรอก”

“เอ้า อ้าปากซิ”

“เฮะ”

“อ้าม”

อ้า~

“อร่อยมั้ย?”

“แหวะ รสชาติเหมือนน้ำตาเลยอะ!!

คนทำสปอยล์ก็ได้แต่คิดว่าซาร่าร้องไห้ขนาดไหนกันล่ะนั่น

“งะ-งั้นเหรอ”

“ลองกินอย่างอื่นดูมั้ย?”

“อื้อ

คาเอเดะป้อนอีก คราวนี้ซาร่าบอกว่าอร่อย

คาเอเดะถามว่าไม่รู้รสเพราะน้ำตาไม่ใช่เหรอ ซาร่าตอบว่าเพราะมีความสุข มันเลยอร่อย

ซาร่าบอกว่าตอนนี้ตัวเองเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในสามโลก (….)

แล้วทั้งคู่ก็กินอาหารกันต่อไป

.

.

.

.

คืนนั้น ฉันฝันเห็นอะไรบางอย่างที่ไม่น่าพอใจเอาซะเลย

ซาร่าตัวจิ๋วหลายคนพยายามชวนฉันเล่นด้วยทุกวิถีทาง

รอบๆตัวมีแต่ซาร่าอยู่เต็มไปหมด

มันเป็นช่วงเวลาที่สุดแสนจะเลวร้ายสำหรับฉันเลย

“ฉันมีแค่คนเดียวเองน้า..

“แล้วฉันก็โดนควงไปรอบๆ ไม่หยุดมายี่สิบสี่ชั่วโมงแล้วด้วย..

ขอร้องล่ะ ให้ฉันพักสักหน่อยเถอะ

(ท่อนนี้ฮามาก wwww)

…….

…..

“อ.. อื้อ.. อึดอัดจัง..

พอตื่นขึ้นมา ฉันก็พบว่าซาร่ากำลังหลับสบายหนุนแขนของฉันอยู่

และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมถึงได้รู้สึกไม่ค่อยสบายตัวสักเท่าไหร่

“หนัก..

“ซาร่า..  มันหนักนะ”

ถึงจะดูบอบบางแต่ซาร่าก็หนักกว่าที่คิด

ฉันลองพยายามขยับตัวเพื่อให้หลุดจากพันธนาการ

“งึม..

“หวา~ เดี๋ยวสิ~

เสียง ผลัก!

“หวา

คาเอเดะโดนซาร่าก่ายทำหมอนข้าง

“มะ-ไม่ยอมแพ้หรอก”

คาเอเดะพยายามไถลตัวหนีลงจากเตียง แต่เธอเฟลนะจ๊ะ

นอกจากจะหนีไม่พ้นแล้วยังโดนล็อคไว้แน่นกว่าเดิมจนขยับไม่สะดวก

 “ชะ-เช้าแล้ว ตื่นได้แล้วนะ”

“ไม่เอ~า ยังมึนหัวอยู่เลยอะ~

“คำโกหกพวกนั้นใช้ไม่ได้ผลหรอกนะ”

“งึมงึม….

“อย่ามานอนต่อนะ!

“ถ้าจุ๊บล่ะก็ อาจจะตื่นก็ได้ล่ะ”

“ตื่นอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง..?”

“ยังหลับอยู่เลย~

“จุ๊บหน่อยนะ~

“เร็ว-เข้า-สิ

“ไม่-มี-ทาง”

“งั้นเชิญหลับต่อไปก็แล้วกัน”

“เห~?”

“แค่ที่แก้มก็ได้น้า”

“อยากให้จุ๊บที่ปากหรือไงเล่า?ไม่มีทางหรอก”

“งั้นที่หน้าผากก็ได้เปลือกตาหรือจะเป็นที่หูก็ยังดีนะ~

มีต่อรองด้วยวุ้ย ww

“ไม่เอาเด็ดขาด”

“งั้น…. ที่คอ?”

“แล้วไหงถึงกลายเป็นคำถามแบบนั้นได้ล่ะเนี่ย?”

“จะตรงไหนก็ได้ไม่เกี่ยงหรอก เพราะงั้นจุ๊บหน่อยน้า~

ลุกขึ้นมาเลย เธอตื่นเต็มตาแล้วไม่ใช่หรือไง

“คาเอเดะจั~..

“เฮ้อ..

อย่ามองด้วยสายตาแบบนั้นสิ

มันทำให้ฉันปฏิเสธเธอไม่ลงนะ

ทำยังไงดีเนี่ย?

“ช่วยไม่ได้ล่ะนะ”

พอพูดจบ ฉันก็ดึงมือเธอออก

ก่อนจะขยับไปใกล้ๆ และแตะริมฝีปากเข้ากับริมฝีปากของอีกฝ่าย

“อื๋อ?”

ซาร่าดีตกใจนิดๆ ก่อนจะตามมาด้วยรีแอคชั่นดีใจแบบหนักกว่าตอนคาเอเดะทำอาหารให้กินอีก..

คาเอเดะเริ่มตระหนักได้ว่าตัวเองพลาดอีกแล้วล่ะ ฮา

“รักคาเอเดะจังที่สุดเลยย~♪♪♪

“กรี๊ด~

“แฮะๆ~

“ซะ-ซาร่า

ซาร่าดีใจมาก เข้าไปนัวเนียลวนลามคาเอเดะยกใหญ่

มันไม่ถึงขั้นอย่างอย่างนั้นอย่างนี้แต่ก็ยังเป็นอันตรายต่อเยาวชนอยู่ เพราะงั้น ข้ามค่ะ เฮ

ปลซาร่าได้คืบจะเอาศอกนะหล่อน

.

.

ในขณะที่คาเอเดะเหมือนโดนสูบพลัง ซาร่ากลับยิ่งสดใสปิ๊งๆ

ระหว่างทางไปโรงเรียน คาเอเดะก็มองซาร่าแล้วก็ชมว่าผิวสวย ผิวนุ่ม น่าอิจฉา พอคนเริ่มสนใจคาเอเดะก็กังวลโน่นนี่เช่นเคย แล้วบรรดาแฟนคลับก็เข้ามาทักทายซาร่าเหมือนทุกวัน

“อรุณสวัสดิ์ค่ะ ซาร่าซัง คาเอเดะซัง”

“อรุณสวัสดิ์”

“อ-อรุณสวัสดิ์จ๊ะ

คาเอเดะแอบกังวลที่มีคนที่เธอไม่รู้จักรู้จักชื่อตัวเอง

ฉันรู้สึกหวั่นๆ แต่เหมือนว่าซาร่าจะไม่ค่อยสะทกสะท้านกับมันสักเท่าไหร่

“เช้านี้ได้เจอซาร่าซังด้วย โชคดีจริงๆเลยน้า”

“ซาร่าก็ยินดีที่ได้พบพวกรุ่นพี่เหมือนกันล่ะค่ะ~

ซาร่าทักทายแฟนคลับตามอัธยาศัย ได้จดหมายจากแฟนคลับด้วย ซาร่าบอกจะอ่านแฟนคลับก็ชื่นชมกันใหญ่ คาเอเดะก็กังวลจำนวนคนที่มากขึ้นเรื่อยๆ

คนที่อยู่รอบๆยิ่งเพิ่มจำนวนขึ้น

และเพราะฉันไม่อยากสบตากับใครเข้า ก็เลยยืนก้มหน้านิ่งอยู่อย่างนั้น

ถึงจะรู้ตัวดีว่าทุกคนไม่ได้มองมาที่ฉัน

แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังอยู่ในระยะที่มองเห็นได้อยู่ดี

ฉันรู้สึกกังวลกับเรื่องพวกนั้นจนตัวสั่นน้อยๆ

แฟนคลับซาร่าก็ชมซาร่าต่อไป ส่วนคาเอเดะเริ่มหดหู่ลงเรื่อยๆ อารมณ์เหมือนเอาซาร่าไปเปรียบเทียบกับตัวเองบ้างล่ะ กังวลที่คนเยอะบ้างล่ะ กังวลเรื่องกลายเป็นส่วนเกินบ้างล่ะ

“ซาร่า ไปกันได้รึยัง?”

“ทำไมล่ะ? คิดจะเก็บซาร่าซังไว้คนเดียวหรือไง?”

“เอ๋?”

“ไม่ว่าพวกคุณจะสนิทกับเธอไหน แต่ก็ปล่อยซาร่าซังไว้บ้างก็ได้นะ”

“นะ-นั่นมันก็

ตบตบตัวประกอบสถานเดียวตบมันตบมันตบ!

ตบ! ตบ! ตบ! ตบ! ตบ!

….โอเคค่ะ *ลากตัวเองกลับมาที่สปอยล์*

คำพูดเหล่านั้นเหมือนลูกศรทิ่มแทงหัวใจ

ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างงั้นสักหน่อย..

เวลาอยู่ใกล้ๆซาร่า ฉันควรจะระวังคำพูดของตัวเองให้มากกว่านี้สินะ

“เฮ้อ..”

คาเอเดะเฟลรับประทานอย่างสมบูรณ์แบบ มองตัวเองในแง่ลบลบลบลบสารพัด แถมยังคิดว่า “คนอื่นคงคิดว่าฉันเหมือนแมลงร้ายที่ตามเกาะแกะซาร่าแน่ๆ” ไม่นะคาเอเดะจัง โฮ

เสียงระฆังบอกเวลาเริ่มเรียนดังขึ้น

บรรดาแฟนคลับก็ชวนซาร่าไปกินข้าวเที่ยงด้วยกัน ตอนแรกซาร่าจะปฏิเสธเพราะจะไปกับคาเอเดะ แต่ว่า

“ทำไมไม่ลองไปกินกับทุกคนดูล่ะ?”

“เอ๋?”

ซาร่าดูประหลาดใจกับท่าทีเย็นชาที่ฉันพูดออกไป

คาเอเดะรู้สึกผิดที่พูดแบบนั้นออกไป เพราะความจริงแล้วตัวเองก็อยากกินข้าวเที่ยงกับซาร่าเหมือนกัน แต่ถ้าทำแบบนั้นทุกวันแล้วจะโดนบรรดาแฟนคลับของซาร่าเขม่นเอา (อย่าไปแคร์พวกตัวประกอบมันสิ!)

ฉันอยากจะออกไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

เพราะว่าในสถานการณ์แบบนี้ ความรู้สึกแง่ลบก็ยิ่งเพิ่มทวี

แล้วฉันก็อาจจะพูดอะไรที่เลวร้ายกว่านี้ออกไปแน่ๆ

ฉันไม่อยากให้ใครเห็นสภาพอ่อนแอของฉันในที่เวลานี้หรอกนะ….

รู้สึกอยากจะออกไปจากตรงนี้ให้พ้นๆ จนดูราวกับว่าไม่ได้แคร์ความรู้สึกของซาร่าเลย

“เธอกินข้าวกับฉันตลอดแล้วนี่นา”

“เหหห~…

“ทานข้าวเที่ยงกับคนอื่นสักครั้งก็ไม่เลวหรอกนะ”

“คิดแบบนั้นจริงๆเหรอ?”

“อื้อ”

“หืม..”

แฟนคลับเห็นดีเห็นงามกับคาเอเดะ

“อึก..

“คาเอดะจัง

“ฮึก”

เข้าใจแล้ว ซาร่าจะไปกับทุกคนก็ได้”

พอได้ยินคำตอบรับของซาร่า ฉันก็รู้สึกผ่อนคล้ายขึ้นนิดๆ

ตรงนี้เสียงซาร่าสั่นอย่างกะจะร้องไห้ หล่อนผ่อนคลายลงได้ไง www

“งั้น ซาร่า ไว้เจอกันหลังเลิกเรียนนะ”

“เอ๊ะ? อ-อื้ม”

“ขอโทษนะ..

ฉันเอ่ยคำขอโทษสั้นๆ พาร่างของตัวเองเดินฝ่าฝูงชนไปตามทางเดิน ทิ้งซาร่าเอาไว้ท่ามกลางผู้คน

การเอ่ยคำขอโทษคือสิ่งเดียวที่ฉันควรจะทำในเวลานี้

เพราะพูดเรื่องเลวร้ายแบบนั้นออกไป ในอกฉันจึงรู้สึกร้อนผ่าว

ซาร่าไม่ได้ทำผิดอะไรสักหน่อย

ฉันแค่ทำร้ายเธอเพราะความเห็นแก่ตัวของตัวเอง

ฉันนี่มันแย่ที่สุด!

ถ้าหากไม่เม้มปากเพื่อข่มความรู้สึกเอาไว้ล่ะก็ น้ำตามันต้องไหลออกมาแน่ๆ

.

.

วันนี้ฉันมากินข้าวที่สวนด้านหลังตึกเรียนเพราะว่าอยากอยู่คนเดียว

ไม่มีใครคอยเรียกฉันว่า หัวหน้าห้อง ฉันจึงรู้สึกสงบสติอารมณ์ได้นิดๆ

“ทานละนะคะ”

หลังจากตักอาหารเข้าปากได้หนึ่งคำ ฉันก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของคนกลุ่มใหญ่ใกล้เข้ามา

ซาร่ากับแฟนคลับจำนวนมากนั่นเอง www

คาเอเดะตกใจเล็กน้อย เลยเก็บข้าวกล่องแล้วหนีไปนั่งกินข้าวหลบๆอยู่หลังต้นไม้

ตัวประกอบคุยกับซาร่าเรื่องชมรม ถามว่าซาร่าอยู่ชมรมไหนรึเปล่า? ซาร่าตอบว่าไม่ ทุกคนก็ผลัดกันแนะนำชมรมตัวเองให้ซาร่าฟัง คาเอเดะที่แอบฟังอยู่ก็เอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับซาร่าอีก บอกว่าสมแล้วที่เป็นซาร่า ไปตรงไหนก็มีแต่คนต้อนรับ ไม่เหมือนตัวเอง ไม่มีคนสนใจ แล้วก็เลยไม่ได้อยู่ชมรมอะไรเหมือนกัน 

“เฮ้อ..

พอคิดแบบนั้นแล้ว แม้แต่ในสถานการณ์แบบนี้ก็ยิ่งทำให้คิดอะไรในแง่ร้ายขึ้นอีก…

คาเอเดะกังวลต่างๆนาๆ แล้วก็คิดว่าซาร่าจะเลือกเข้าชมรมไหน

เธอไม่ควรจะอยู่กับคนที่มองโลกในแง่ร้ายตลอดเวลาอย่างฉัน

ฉันมันไม่คู่ควรกับซาร่ามาตั้งแต่แรก…

เธอคงตื่นมาพบความจริง แล้วเลิกเรียกฉันว่าเจ้าชายอะไรนั่นซะที

ถ้าเธอรู้สึกได้ว่าฉันมันไร้เสน่ห์ดึงดูด เธอก็คงเลิกเกาะแกะฉันไปเอง

คาเอเดะเฟลต่อไป

แบบนั้นก็แปลว่าฉันจะสูญเสียความรักที่เธอเคยมีให้น่ะสิ?

นั่นก็หมายความว่า ฉันจะกลายเป็นแค่คนแปลกหน้าสำหรับซาร่าน่ะเหรอ?

ซาร่ายิ่งห่างไกลจากฉันไปทุกที ทุกที

และรอยยิ้มอัดเจิดจ้าของเธอก็ไม่ได้มีไว้สำหรับฉันอีกต่อไป

ฉันคงทนมองรอยยิ้มอันเปี่ยมไปด้วยความเป็นมิตรของเธอไม่ได้อีกแล้ว

พอนึกถึงเรื่องแบบนั้น อยู่ๆน้ำตาที่พยายามอดกลั้นไว้ก็ไหลออกมา

.

.

คาบห้าเสร็จสิ้นไปด้วยอารมณ์ขุ่นมัว

พอจบคาบโฮมรูม ซาร่าก็มายืนรอฉันหน้าห้องเหมือนทุกที

ฉันค่อยๆลุกขึ้นจากที่อย่างเชื่องช้า แล้วเดินออกไปที่ทางเดิน

“คาเอเดะจัง ช้าจังเลยอะ”

“ขอโทษนะ”

“ตอนเที่ยงก็ไม่ได้เจอกัน ซาร่าเหงามากเลยล่ะ”

“งั้นเหรอ?”

“งั้น กลับบ้านกันเลยมั้ย?”

..คาเอเดะจัง?”

“มีอะไรเหรอ?”

“อะ อื้อ ไม่มีอะไรหรอก”

เธอมองฉันอย่างครุ่นคิดระหว่างที่พวกเราเดินออกจากโรงเรียน

ระหว่างทางกลับบ้าน พวกเราก็ไม่ค่อยได้คุยอะไรกันสักเท่าไหร่

จริงๆแล้วคือซาร่าเป็นฝ่ายชวนคุย ส่วนฉันก็ทำแค่เพียงตอบรับนิดๆหน่อยๆเท่านั้น

เพราะตัวฉันเอง บรรยายรอบๆจึงไม่ค่อยดีนัก

ถึงจะรู้ตัวก็เถอะ แต่ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าควรจะทำยังไงต่อไป

“คาเอเดะจัง ดูแปลกไปกว่าเมื่อเช้านะ

“มีอะไรรึเปล่า?”

“ไม่หรอก ไม่มีอะไร”

“อ๊ะ ซาร่าไปกินข้าวเที่ยงกับทุกคนด้วยล่ะ”

“กับเพื่อนในห้องน่ะ”

“งั้นเหรอ”

“ซาร่ากินข้าวกับทุกคนเหมือนที่คาเอเดะจังบอกไง”

“เพราะงั้นล่ะ เลยอยากให้ช่วยชมหน่อย… ว่าไปนั่น”

ยอดไปเลยนะ”

“แฮะ”

“สนุกมั้ย?”

“อื้อ สนุกสิ”

“แต่ว่าถ้าคาเอเดะจังอยู่ตรงนั้นด้วย ต้องสนุกกว่านี้แน่ๆ”

“ถึงจะอยู่ตรงนั้นด้วยก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงหรอกนะ”

“ไม่จริงหรอกน่า”

“ซาร่าอยากอยู่กับคาเอเดะจังนี่นา”

“แต่ถ้าทำอย่างนั้นก็เข้ากับคนอื่นไม่ได้พอดีนะสิ”

ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ฉันสามารถพูดเรื่องเลวร้ายแบบนั้นออกมาได้อย่างใจเย็นกันนะ

คาเอเดะบอกว่าตัวเองรู้สึกใจเต้นแรงเวลาอยู่กับซาร่า คาเอเดะสับสน รู้สึกขัดแย้งในตัวเอง สรุปง่ายๆคือ ตัวเองอยากอยู่กับซาร่าในขณะที่อีกใจก็อยากจะอยู่ให้ห่างจากซาร่าเช่นกัน

“คาเอเดะจังกำลังพยายามหลบหน้าซาร่าอยู่เหรอ?”

ฉันรู้สึกตกใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดดังกล่าวจากซาร่า

“ปะ เปล่าสักหน่อย”

“แต่ว่า..

“อย่าเข้าใจเรื่องนั้นผิดไปสิ”

“การสนิทสนมกับทุกคนได้ง่ายๆเป็นเรื่องที่วิเศษไปเลยไม่ใช่เหรอ?”

“น่าอิจฉาจะตายไป”

“วิเศษงั้นเหรอ?..

“แต่ว่าซาร่าไม่มีทางเลือกนี่นา”

“ตอนแรกน่ะนะ ซาร่าไม่ค่อยสนุกสนานกับการไปโรงเรียนได้ด้วยตัวเองเลยล่ะ”

“เพราะงั้นแหละ ก็เลยมีความคิดที่จะเปลี่ยนตัวเองขึ้นมา”

“การเป็นนางแบบก็เป็นหนึ่งในนั้นเหมือนกัน”

งั้นเหรอ?”

“แต่ว่านะ ไม่ว่าจะเปลี่ยนตัวเองยังไง ความรู้สึกที่มีให้คาเอเดะจังก็ไม่เปลี่ยนแปลงหรอก”

“เหมือนกับที่ซาร่าอยากเจอคาเอเดะจังมาตลอด”

“ทำไมล่ะ? เธอไม่จำเป็นต้องพึ่งพาฉันอีกแล้วนี่นา”

“เพราะซาร่าอยากอยู่กับคาเอเดะจังไงล่ะ”

“มั่นใจตั้งแต่พวกเราได้พบกันแล้ว”

เธอพูดพลางเอื้อมมือมาสัมผัสแขนฉัน

ยิ่งได้ยินคำพูดของซาร่า คาเอเดะก็ยิ่งสับสน

.

.

.

.

เช้าวันรุ่งขึ้น…

นาฬิกาปลุกให้ฉันตื่นขึ้นมา

เพราะว่าเมื่อคืนฉันเข้านอนคนเดียว บนเตียงจึงมีฉันอยู่เพียงลำพัง

รู้สึกเหงาอยู่ลึกๆ เพราะขาดไออุ่นจากร่างกายซาร่า

อยู่ๆเมื่อคืนคุณแม่ก็อยากนอนกับซาร่าขึ้นมา เธอจึงต้องไปนอนที่ห้องของพวกท่านแทน

“คาเอเดะจัง ตื่นรึยัง?”

นั่นเป็นน้ำเสียงร่าเริงจากซาร่าเหมือนทุกคราว

“อื้อ เชิญจ้ะ”

“รบกวนด้วยนะ~ อรุณสวัสดิ์!

“อรุณสวัสดิ์ ซาร่า”

ท่าทางของเธอยังคงเจิดจ้า

พอนึกถึงเรื่องที่พวกเราคุยกันเมื่อวาน ฉันก็รู้สึกกังวลขึ้นมา

แต่ก็…. แอบดีใจอยู่ลึกๆ

ยิ่งไปกว่านั้นฉันก็ยังรู้สึกมีความสุขที่ซาร่ามาหาฉันตอนนี้

เพราะรู้สึกกังวลกับรูปลักษณ์ของตัวเอง ฉันจึงลงมือถักผมให้เป็นเปีย

ซาร่าจ้องมองไม่วางตา

“มะ มีอะไรรึเปล่า?”

“ปะ.. เปล่า ไม่มีอะไรหรอก”

อยู่ๆซาร่าก็หน้าแดงระเรื่อและเริ่มอยู่ไม่สุข

มีอะไรอย่างงั้นเหรอ?

“นี่ วันนี้ทานข้าวเที่ยงด้วยกันนะ”

“เอ๊ะ? อื้อ

ฉันรู้สึกลังเลเล็กน้อยกับคำเชิญชวนนั่น

เพราะซาร่าที่รายล้อมด้วยผู้คนเมื่อวานมันเจิดจ้ามาก

มากเสียจนทำให้ฉันคิดว่าตัวเองไม่สมควรอยู่ใกล้ๆเธอ

“แล้วพวกคนที่ไปกินข้าวด้วยเมื่อวานล่ะ?”

“พวกเขาไม่ได้ชวนซาร่าวันนี้นี่นา”

“งั้นเหรอ”

ซาร่าบอกว่ายังไงก็อยากกินข้าวเที่ยงกับคาเอเดะ คาเอเดะดีใจนิดๆ

“ซาร่าน่ะ รักคาเอเดะจังนะ”

“คาเอเดะจังล่ะ?”

“ไหงอยู่ๆถึงถามอะไรแบบนั้นล่ะเนี่ย?”

“นี่ คาเอเดะจังล่ะ?”

“ระ.. รักอยู่แล้วล่ะ”

“รักแบบคนรักรึเปล่า?”

“นะ นั่นมันก็..

“แบบนั้นรึเปล่า คาเอเดะจัง?”

“อา..

“เอ่อ…. อ๊ะ ฉันต้องไปล้างหน้าแล้วล่ะ”

“คาเอเดะจั~~ง”

ซาร่าเริ่มงอแงที่คาเอเดะไม่ตอบ

“ขะ เข้าใจแล้ว รักแบบนั้นแหละ ซาร่า”

“แฮะๆ…♪”

เลิกร้องไห้แล้วอะ มารยานะหล่อน

อาา.. พูดแบบนั้นออกไปอีกจนได้

ฉันบอกเธอว่ารักแบบคนรัก เพราะว่านั่นเป็นเรื่องที่ต้องทำ

แต่คำว่ารักของฉันมันต่างออกไป

เป็นรูปแบบของ ความรัก ที่ไม่เหมือนกัน ..มั้งนะ?

ซาร่าดีอกดีใจกระดี๊กระด๊า ส่วนคาเอเดะก็หนักใจในความพลาดของตัวเองเช่นเคย แถมเหมือนเอาไม้ไปกวนน้ำที่ขุ่นอยู่แล้วให้ขุ่นหนักกว่าเดิม คาเอเดะสับสนอย่างหนัก

ถ้าหากฉันอยากจะบอกปัด ฉันควรบอกปฏิเสธเธอไปตรงๆ

แต่ว่าในขณะเดียวกันฉันก็ยังต้องการเธออยู่

คาเอเดะครุ่นคิด

ไม่ใช่เพราะมันจะทำให้ฉันมีความสุข

แต่ฉันต้องการเธอ

ฉันอยากจะผูกพันกับเธอ

รู้สึกราวกับว่า หากฉันปล่อยมือจากซาร่า อีกครึ่งหนึ่งของชีวิตจะหายไป

เมื่อวาน ฉันพยายามผลักไสเธอออกไป เพียงเพราะฉันไม่อยากจะสูญเสียเธอไป

ถ้าหากเรื่องพวกนี้เป็นความรักล่ะก็นะ

เดี๋ยวสิ

เป็นแบบนั้นจริงๆน่ะเหรอ?

นั่นไม่ใช่ความรักเชิงชู้สาวสักหน่อย

แล้วฉันก็ไม่ใช่เจ้าชายของซาร่าด้วย

ฉันไม่คู่ควรกับซาร่าที่มาจากดินแดนที่แสนเจิดจ้า

เธอเป็นสิ่งล้ำค่าสำหรับฉัน แต่ฉันกลับไม่สามารถปกป้องเธอได้

ฉันพยายามข่มความรู้สึกร้อนรุ่มในใจ และตัดสินใจที่จะคิดเช่นนั้น

.

.

.

.

แล้วก็วนลูป เลิกเรียน ซาร่ามารอกลับบ้าน

คาเอเดะยังสับสนเรื่องเดิมอยู่และดูเหมือนจะหนักขึ้นด้วย ดูท่าเธอจะเป็นคนย้ำคิดย้ำทำเอาการ ()

เรื่องพวกนั้น ไม่มีทาง ไม่มีทางเป็นความรักไปได้หรอก

ฉันคิดแบบนั้นไม่ได้

เพราะฉันไม่คู่ควรกับซาร่า

ซาร่าไม่ควรที่จะได้อยู่กับคนอย่างฉัน

ฉันไม่ควรคิดว่าตัวเองรักเธอ!!

ตอนนี้ชั่งใจไม่ถูกเลยค่ะว่าจะตบตัวประกอบหรือตบคาเอเดะจังก่อน..

“คาเอเดะจัง?”

คาเอเดะเฟลๆ สุดท้ายก็ตัดสินใจที่จะบอกออกไปว่าวันนี้จะไม่กลับบ้านพร้อมกับซาร่า (อยู่บ้านเดียวกันอยู่แล้วไม่ใช่เรอะ ยังไงก็ต้องเจอน่า)

“มีธุระอะไรงั้นเหรอ? ถ้างั้นให้ซาร่าไปด้วยก็ได้นะ”

“ไม่เป็นไรหรอก”

“ทำไมเธอไม่หาชมรมหรืออะไรทำซะล่ะ?”

“เอ๊ะ? ชมรม?”

“การมีเพื่อนที่โรงเรียนเป็นเรื่องสำคัญนะ”

“ตะ แต่ว่า..

“เมื่อวานยังบอกว่าคิดเรื่องนี้อยู่เลยไม่ใช่เหรอ?”

“อยู่ๆก็ให้เลือกแบบนี้ ซาร่าตัดสินใจไม่ได้หรอก

“อีกอย่าง ซาร่าคิดว่าถ้าคาเอเดะจังอยู่ด้วยก็ไม่เป็นไรหรอก

“นั่นมันแค่ความคิดของเธอ ไม่ใช่ของฉันสักหน่อย”

“อึก คาเอเดะจัง..

“ยังไงก็เถอะ อย่าตามมาอีกนะ”

ใจร้าย ฮึก

“ไม่เอาน่า

คาเอเดะเฟลแล้วเฟลอีกสารพัดจะเฟล สรุปใจความได้ว่า “ซาร่าควรรู้ตัวได้แล้วว่าคนที่คู่ควรกับเธอควรจะเป็นคนที่วิเศษกว่านี้ ไม่ใช่ฉันคนนี้”

“โชคดีนะ ซาร่า”

“ด เดี๋ยวสิ”

“…”

ฉันหันหลังให้ซาร่า และรีบก้าวเท้าเดินออกมา

“คาเอเดะจัง รอก่อนสิ!

“อึก..

ถึงจะได้ยินคำเรียกจากด้านหลัง ฉันก็ไม่หยุดฝีเท้าตัวเอง

คาเอเดะพยายามเดินสลัดซาร่ารอบโรงเรียน…  ประมาณว่าแกล้งทำเป็นมีธุระในโรงเรียนแล้วเดินไปเรื่อยๆโดนคิดว่าอีกฝ่ายจะถอดใจแล้วกลับไปเองน่ะค่ะ

“คาเอเดะจัง!

เธอยังคงตามมาอยู่

ฉันไม่สามารถหันไปมองซาร่าที่อาจจะกำลังร้องไห้อยู่ได้

และนั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมฉันถึงยังก้าวเท้าไม่หยุด

สุดท้ายแล้วซาร่าก็เดินตามมาจนถึงบ้าน

.

.

กินข้าวเสร็จคาเอดะก็รีบหนีขึ้นห้อง

“ฮึก คาเอเดะจัง!!

ตอนแรกอยากตบตัวประกอบ ตอนนี้อยากตบคาเอเดะสักทีสองที

แต่โชคดีที่ซาร่าตามเข้าไปได้ทันท่วงที

พอฉันจะหันมาดันเธอออกจากห้อง ซาร่าก็กอดเอวฉันไว้แน่น

“คิดจะทำอะไรน่ะ?”

“นั่นเป็นคำพูดของซาร่าต่างหากล่ะ”

“กรี๊ด

คาเอเดะโดนจับกดผลักลงเตียง

 photo 01-05.png

“ทำไมถึงต้องหลบหน้าซาร่าด้วยล่ะ”

“บอกว่ารักซาร่าไม่ใช่หรือไง!

ดวงตาของซาร่าเจิ่งนองไปด้วยน้ำตา

“ทั้งๆที่ไม่รู้ว่าซาร่าคิดเรื่องของคาเอเดะจังแค่ไหนแท้ๆ..

“ซาร่ามีความสุขมากเลยนะ ที่คาเอเดะจังคิดถึงซาร่าเหมือนกัน”

“แต่พอบอกว่ารักกัน แล้วก็เริ่มตีตัวออกห่าง”

“ควรจะเชื่อได้อีกเหรอ?”

“จริงๆแล้วคาเอเดะจังคิดยังไงกับซาร่ากันแน่?”

“อึก..

“แกล้งให้ซาร่ามีปฏิกิริยามันสนุกมากหรือไง?”

“ปะ เปล่าสักหน่อย..

“มันดูเป็นแบบนั้นจริงๆไม่ใช่เหรอ!

“คอยก่อกวน จนปั่นป่วนแบบนี้น่ะ..

“ไม่รู้แล้วว่าควรจะทำยังไงต่อไปแล้ว!

คำพูดของซาร่าทิ่มแทงใจคาเอเดะ ฉึกๆ

ฉันเงยหน้ามองหน้าซาร่า

“ขอโทษนะ..

“จะมาขอโทษกันเรื่องอะไรกันล่ะ?”

“ซาร่าน่ะ รักคาเอเดะจังที่สุดเลยนะ”

“รักมากจนรู้สึกอิจฉาเวลามีคนมาแย่งคาเอเดะจังไปเลยล่ะ”

“ถ้าคาเอเดะจังต้องการละก็ ต่อให้เป็นเรื่องที่น่าอายที่สุดในชีวิต ก็ทำได้อยู่แล้ว!

คาเอเดะโดนคำพูดซาร่าฮุกซ้ายฮุกขวา

“ซาร่าไม่ได้รักคาเอเดะจังเพราะว่ารักและโหยหาคาเอเดะจังคนก่อนสักหน่อย”

“ไม่ว่าจะตอนนี้หรือตอนไหนก็ไม่ต่างกันทั้งนั้นแหละ”

“เป็นไปไม่ได้หรอก..

คาเอเดะบอกว่าคาเอเดะในความทรงจำซาร่านั้นเป็นภาพปรุงแต่ง ตัวเองไม่ได้เป็นแบบนั้นสักหน่อย

“เปล่าสักหน่อย!

 photo 02-05.png

ฟหดกหดเสหงว

..ไม่จริงหรอกนะ~

น้ำตาไหลพลั่งพรูออกจากดวงตาของเธอ

“รักคาเอเดะจังมาตลอดเลยแท้ๆ”

“ซาร่าทำตัวเองให้เป็นเพื่อนกับทุกคนได้แล้ว มีความสุขกับการไปโรงเรียนได้แล้วด้วย แต่ว่า

“แต่ความจริงแล้ว ซาร่าน่ะต้องการคาเอเดะจังนะ -ฮึก..

“ตอนที่เราเจอกันอีกครั้ง ซาร่าอยากจะภูมิใจในตัวเอง”

“ซาร่าอยากให้คาเอเดะจังเห็นว่าตัวเองเติบโตขึ้นแค่ไหนแล้ว”

“แล้วก็อยากให้คาเอเดะจังเอ่ยปากชมซาร่าด้วย”

“อยากให้ยอมรับในตัวซาร่า แล้วบอกว่า ทำได้ดีมาก

“ตอนที่พวกเราอยู่ด้วยกันก็เหมือนกัน คาเอเดะจังคอยปกป้องซาร่าไว้ไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง”

“แล้วก็

“ถึงจะบอกว่าไม่ได้ก็เถอะ

“แต่ซาร่าอยากให้คาเอเดะจังรักซาร่าอยู่ดีนี่นา!

ซาร่ารัวมาก ฮึก

พอมองใบหน้าของซาร่าที่เลอะไปด้วยคราบน้ำตา ก็รู้สึกได้ถึงลมหายใจที่ขาดห้วง

ซาร่าสัมผัสแก้ม คอ ไล่ไปตามแขนของฉันอย่างรักใคร่

“อยากเจอมาตลอดแท้ๆ..

“ซาร่าเข้ามาเรียนที่มิคาโจเพราะอยากเจอคาเอเดะจังเลยนะ”

ภาพที่มองเห็นพล่ามัวด้วยน้ำตา

พอมาคิดว่าเธอคิดกับฉันแบบนั้นแล้ว…

ฉันรู้สึกรักซาร่าขึ้นมาจับหัวใจ

จนอยากจะทิ้งความเป็นตัวเองลงไปแล้วกอดเธอไว้

แต่ว่า…!

“ฉันก็รักซาร่าเหมือนกันนะ

“แล้วฉันก็คิดกับเธอมากกว่าน้องสาวด้วย

“แต่ว่าฉันไม่ใช่เจ้าชายหรอกนะ!

“ฉันไม่ดีพอสำหรับเธอ จะทำให้ซาร่าดูแย่ลงไปอีก!

“ฉันรักเธอมาก แต่ว่าพวกเราไม่ควรจะ…!!

“ไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย!

ขอร้องล่ะ ช่วยปกป้องซาร่าอีกครั้งด้วยเถอะนะ”

“ถ้าเป็นตอนนี้ล่ะก็ ซาร่าก็จะปกป้องคาเอเดะจังด้วยเหมือนกัน”

“ซาร่า..

ซาร่ายังคงร้องไห้อยู่

เมื่อเห็นใบหน้าแบบนั้นของเธอ ความกังวลก็ก่อตัวขึ้น

รู้สึกเหมือนว่าตัวเองต้องทำอะไรสักอย่าง

ถ้าจะให้หยุดน้ำตานั่นล่ะก็ จะให้ฉันทำอะไรก็ได้

“หือ..?”

เหมือนกับเมื่อก่อนเลย

พอซาร่าโดนแกล้งแล้วก็ร้องไห้กลับมา

ฉันก็รู้สึกว่าอยากจะทำอะไรสักอย่าง แล้วก็..

เทกาวลงไปในร้องเท้าแล้วก็ไปเอาพู่กันไปวิ่งไล่เด็กที่มาแกล้งซาร่า..?”

ไม่ให้อภัยคนที่ทำให้เธอร้องไห้จนลืมตัว

ถ้าเพื่อซาร่าแล้วละก็ จะให้ฉันทำอะไรก็ได้

ฉันอยากจะปกป้องเธอ

“ฉัน… ไม่อยากเห็นซาร่าร้องไห้นะ”

…ฉันเข้าใจแล้ว

ฉันพยายามที่จะปกป้องซาร่าด้วยความรู้สึกนี้มาตั้งแต่เมื่อก่อน

ไม่ว่าจะเป็นตอนนี้หรือตอนไหน ฉันก็ไม่ใช่คนที่เข้มแข็งอะไร

พยายามที่จะไม่เป็นจุดสนใจ และไม่ทำตัวโดดเด่น

แต่ถ้าเพื่อปกป้องซาร่าแล้วละก็ ฉันก็จะกลายเป็น เจ้าชาย

ความจริงข้อนั้นคือซาร่าต่างหากที่เป็นฝ่ายที่ทำให้ฉันพยายามเปลี่ยนตัวเอง

ไม่ว่าจะตอนนี้หรือตอนไหน ฉันก็ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย

ฉันยังคนรักซาร่าเหมือนกับตอนนั้น

นั่นเป็นเหตุผล..

ที่ฉันจะกลายเป็นเจ้าชายให้ซาร่าในตอนนี้ด้วยเช่นกัน

เพื่อหยุดน้ำตาของเธอ

ฉันเอื้อมมือไปสัมผัสร่างของเธอ

“ฉันรักซาร่านะ”*

“ฉันจะปกป้องเธอเอง”

“อึก~ ฮืออ”

..ฉันรักเธอ”*

*เชิงอรรถนิดหน่อยนะคะ บอกรักครั้งแรกคาเอเดะใช้ 大好きdaisuki (ชอบมาก) ครั้งที่สองเป็น 愛してる aishiteru (รัก) ค่ะ โดยปกติคนญี่ปุ่นเขาจะไม่ค่อยบอกรักด้วยคำว่า “รัก” สักเท่าไหร่ เพราะมันดูหนักแน่นเกินไป จะบอกด้วยด้วยคำว่า “ชอบ” มากกว่า ซึ่งคำว่า愛してるนั้นมีน้ำหนักของความรู้สึกมากกว่าคำว่า大好きเยอะ หรือสรุปง่ายๆคือ คาเอเดะมั่นใจความรู้สึกของตัวเอง แล้วใช้คำนั้นเน้นย้ำให้คำบอกรักของตัวเองมีน้ำหนักขึ้นนั่นเองค่ะ

ความรู้สึกที่ฉันมีให้ซาร่าไม่สามารถหยุดเอาไว้ได้อีกแล้ว

เหมือนกับเขื่อนที่กำลังพังทลาย

จนทำให้น้ำจำนวนมหาศาลพุ่งทะลักออกมา

“ซาร่า”

“คาเอเดะจัง ฮึก

พอปรับความเข้าใจกันแล้ว เราก็ขอตัดฉากฉับๆค่ะ

.

.

หลังจากนั้น….

ฉันตื่นมาในตอนเช้าพร้อมกับซาร่า

พอมองใบหน้าตอนหลับของเธอ ก็รู้สึกมีความสุขจับใจ

ทั้งที่เป็นเช้าที่เหมือนกับวันอื่นๆ แต่วันนี้ความรู้สึกของฉันกลับต่างออกไป

 “ซาร่า”

พอฉันส่งเสียงเรียก เธอก็ยิ้มออกมาทั้งที่ยังหลับอยู่

คาเอเดะหัวเราะ

การได้ครอบครองใบหน้ายามหลับของซาร่าไว้คนเดียวมันเป็นความรู้สึกที่วิเศษไปเลย

ฉันใช้ปลายนิ้วสัมผัสแก้มของเธออย่างเบามือ ก่อนจะไล่ไปตามเส้นผมที่ปรกแก้มเธออยู่

ผมนุ่มจัง

“งึม.. แฮะๆ”

เธอหัวเราะคิกคักเหมือนกับกำลังจั๊กจี้ จนฉันยิ้มออกมาด้วย

“ซาร่า.. รักนะ”

คาเอเดะแอบขยับเข้าไปจุ๊บปากซาร่าแล้วขยับออกมา

ลักหลับนี่เธอ ww

 “!!

“ซะ ซาร่า..!?”

ฉันเผลออุทานออกมาเพราะอยู่ๆซาร่าก็ลืมตาขึ้นมา

“อ อรุณสวัสดิ์นะซาร่า

เมื่อกี้ จูบด้วยล่ะ”

“เอ๋? อื้อ

“จูบด้วยล่ะ.. จูบด้วยล่ะคาเอเดะจังจูบซาร่าด้วยล่ะ—!

ซาร่าวี๊ดว๊ายไปตามระเบียบ

“ทำอีกครั้งได้มั้ย?”

นี่ก็ได้คืบจะเอาศอก

“เอ๋?”

“จูบแบบเจ้าชายแบบนั้นอีกครั้งนะ~~!

เหมือนซาร่าจะตื่นเต็มตาแล้ว และดูท่าเธอกำลังตื่นเต้นไม่ใช่น้อย

ฉันเลยขยับริมฝีปากเข้าไปใกล้ๆ แล้วสัมผัสมันลงบนริมฝีปากของเธอ

ตอนแรกคาเอเดะตั้งใจจะจูบแค่เอาปากแตะกันค่ะ แต่ซาร่าทำกลับยิ่งกว่านั้น ก็เลยเตลิดไปนิดหน่อย(?) เพราะงั้น ข้ามๆ บาย

.

.

.

.

เช้าวันนี้ก็เช่นกัน

เมื่อฉันตื่นมาตอนเช้าและมีซาร่าอยู่ข้างกาย

ขยับตัวไปแตะริมฝีปากบนแก้มของเธอ แล้วกระชับอ้อมกอดเอาไว้แน่น

“แล้ว.. ฉันควรทำอะไรต่อล่ะเนี่ย?”

ปลุกซาร่าให้ตื่นก็ได้อยู่ แต่ว่า….

การได้มองใบหน้าตอนหลับของเธออยู่อย่างนี้ก็ไม่เลวนัก

“งึมงึม คาเอเดะจัง รักนะ..

ซาร่าละเมอได้น่ารักมาก

ฉันก็รักเธอเหมือนกันนะ

สงสัยจังว่าตอนนี้ซาร่ากำลังฝันถึงเรื่องอะไรอยู่?

ถ้าตื่นเมื่อไหร่ ค่อยถามก็แล้วกัน

“หืม?”

คาเอเดะรู้สึกว่ายังเช้าอยู่เลยคิดว่าจะอ่านหนังสือรอ จากนั้นก็เดินไปเปิดหน้าต่าง พออากาศเย็นซาร่าเลยพยายามขดตัวอยู่ในผ้าห่ม นึกภาพแล้วน่ารักมาก ww

“ตายจริง..

น่ารักจัง

แต่ว่าอากาศจะเย็นไปรึเปล่านะ? ฉันควรจะปิดหน้าต่างมั้ย?

ซาร่ายังหลับต่อไป

ฉันเปิดหนังสือไปหน้าที่มีที่คั่นใส่เอาไว้ แล้วเริ่มอ่านหนังสือเล่มนั้นต่อ

พอเวลาผ่านไปสักพัก นาฬิกาปลุกก็ดังขึ้น

ในขณะที่ฉันตกใจและพยายามจะปิดมัน ซาร่าก็ตื่นขึ้นมา

“อรุณสวัสดิ์ ซาร่า”

“อา อรุณสวัสดิ์~

“เอ๋? แต่งตัวเสร็จแล้วนี่

“วันนี้ฉันตื่นเช้าน่ะ”

“งั้นก็ได้เห็นหน้าซาร่าตอนหลับน่ะสิ”

“อื้อ ช่วยไม่ได้นี่นา”

“เอ๋? น่าอายจะตาย~

“ซาร่าอยากเห็นหน้าตอนหลับของคาเอเดะจังเหมือนกันนะ”

“งั้นก็คงยากแล้วล่ะ”

“พอเธอหัวถึงหมอนเมื่อไหร่ก็หลับได้ภายในห้านาทีเลยนี่นา”

“อีกอย่าง ฉันก็ตื่นนอนก่อนเธอตลอดเลยด้วย”

“ฮึม นั่นฟังดูยากจริงๆนั่นแหละ”

“แต่ฉันก็มีความสุขที่ได้เห็นใบหน้ายามหลับใหลของเธอนะ”

“ฮึก.. ซาร่าไม่มีความสุขสักนิด~~

“คิกคิก~

“ครั้งหน้าซาร่าจะแอบเลื่อนนาฬิกาปลุกเอาไว้เลย คอยดู”

“ถ้าทำแบบนั้นฉันก็จะตื่นเหมือนกันนะ”

“งะ งั้นซาร่าจะไปตั้งนาฬิกาปลุกไว้ในห้องตัวเอง”

“ตอนที่มาอยู่บ้านคาเอเดะจังครั้งแรก ซาร่าก็เคยไปนอนที่ห้องของตัวเองเหมือนกันนะ”

“อึก”

“ชนะแล้ว!

“ตะ แต่แบบนั้นจะดีเหรอ?”

“มันแปลว่าจะไม่ได้นอนกับฉันนะ”

“เอ๋–!?”

“อยากอยู่กับฉันขนาดนั้นจะทำแบบนั้นได้เหรอ?”

“อะ อึก ถ้าซาร่าได้เห็นใบหน้าตอนหลับของคาเอเดะจังล่ะก็นะ!

“อย่าฝืนเลยน่า มานอนด้วยกันดีกว่านะ”

“ซาร่าต้องตื่นก่อนฉันได้สักวันแน่ๆ”

“แต่พวกเราก็ไม่รู้หรอกว่าจะเป็นตอนไหน อาจจะเป็นพรุ่งนี้ อีกสิบปี หรือห้าสิบปีก็ได้”

คาเอเดะเลวนี่หว่า wwwwww

“เหห~ นานขนาดนั้นรอไม่ไหวหรอกนะ~”

ซาร่าไม่ยอมแพ้ จะบังคับให้คาเอเดะนอนให้ตัวเองดูให้ได้ ว่าแต่มันบังคับกันได้ด้วยเรอะ

“แบบนั้นไม่ยุติธรรมเลยนี่นา”

“มันไม่น่าสนุกหรอกน่า”

“อึก”

“เอาเถอะ รีบแต่งตัวแล้วไปทานอาหารเช้ากันดีกว่า”

“ค่อยไปคุยกันที่โต๊ะอาหารก็ได้นะ”

“อือ ช่วยไม่ได้~

ซาร่าไปแต่งตัวแล้วกลับมา แต่เหมือนแต่งตัวแบบรีบๆ เลยยังแต่งตัวไม่ค่อยเรียบร้อยสักเท่าไหร่ คาเอเดะเลยจัดการผูกโบว์ให้ใหม่

“แฮะๆ”

“อย่าหัวเราะเวลาใครสักคนกำลังผูกโบว์ให้สิ”

“อื้อ”

“เรียบร้อยแล้วล่ะ”

พอฉันให้เธอดูในกระจก ซาร่าก็หัวเราะออกมาอย่างมีความสุข

“ขอบคุณนะคาเอเดะจัง”

“ด้วยความยินดีจ้ะ”

.

.

อาหารมีของที่ซาร่ากับคาเอเดะชอบ คุณแม่ของคาเอเดะเป็นคนทำให้

“อุหวามีแต่ของที่ซาร่าชอบทั้งนั้นเลย”

“วันนี้ต้องเป็นวันที่ดีแน่ๆ”

“นั่นสินะ~

ซาร่าคาเอเดะดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษ

“เอ๋? มีเรื่องดีๆอะไรงั้นเหรอ?”

“ความลับค่า

“อื้อ ความลับค่ะแม่”

“เห ขี้โก~ง”

แล้วทั้งคู่ก็กินอาหารเช้ากัน

.

.

กินเสร็จก็ไปโรงเรียนโดยมีซาร่าควงแขนตามปกติ

 photo 01-10.png

“คาเอเดะจัง คาเอเดะจั~

“มีอะไรเหรอซาร่า?”

“เปล่า แค่อยากเรียกเฉยๆน่ะ”

“โธ่ คิกคิก~

“ความรักนี่วิเศษไปเลยเนอะ~

คาเอเดะสามารถควงแขนซาร่าโดยไม่ใส่ใจต่อสายตาของคนรอบข้างได้แล้ว น่ายินดี

“ซาร่า ทำสีหน้าแปลกๆอยู่นะ”

“แฮะๆ~ เหรอ~?”

แปลกๆที่ว่านี่คงจะเป็นยิ้มแป้นสไตล์ซาร่าแหละค่ะ ฮา

“พวกเรากำลังจะไปโรงเรียนนะ ทำตัวให้เป็นปกติได้มั้ย?”

“ค่~า”

“อย่าลืมตัวก็แล้วกัน”

“ค่ะ!

“ดีมาก”

“แฮะๆ”

..ซาร่า ทำหน้าแบบนั้นอีกแล้วนะ”

“อ๋า อื้อ!

คาเอเดะคิดว่าท่าทางตอบรับของซาร่าน่ารักดี

.

.

พอมาถึงโรงเรียน ซาร่าก็เจอแฟนคลับอีกนั่นแหละ

คาเอเดะกังวลใจหน่อยๆ เรื่องควงแขนกลัวว่าจะโดนเขม่นอะไรอีกรึเปล่า แต่ผิดคาด คราวนี้เป็นแฟนคลับที่ดี ทักทายนิดหน่อยแล้วก็ไป คาเอเดะประหลาดใจหน่อยๆ พอเข้าไปในโรงเรียนก็ไม่ค่อยมีใครใส่ใจกับที่พวกเธอควงแขนกันมากนักเพราะชินกับภาพแบบนี้แล้ว คาเอเดะเลยรู้ตัวว่าตัวเองนั้นคิดมากไป

ในความเป็นจริงแล้ว ฉันกลับรู้สึกได้ว่าสายตาที่มองมานั้นแฝงไปด้วยความชื่นชม

ทำไมกันนะ?

หรือว่าฉันคิดมากไปเอง?

หรือเพราะว่าฉันชอบคิดอะไรในแง่ร้ายกันนะ?

งั้นเหรอ? จริงสิ?

แต่ว่านั่นมัน..

ไม่

ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆล่ะก็ ฉัน..

ไม่นะ ถ้าโดนจ้องแบบนั้นมันน่าอายเกินไปแล้ว~~!!

.

.

ตอนพักเที่ยงฉันได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนดังมาจากทางเดิน

แต่ว่ามันค่อนข้างจะหายากเลยล่ะที่จะมีนักเรียนคนไหนในโรงเรียนนี้ที่จะทำอะไรแบบนั้น

แถมยังไม่ใช่เวลาเร่งด่วนอะไรอีกด้วย

เพราะงั้น เด็กปีหนึ่งเพียงคนเดียวที่ชอบวิ่งไปตามทางเดิน..

นั่นคงเป็นเสียงฝีเท้าของซาร่าอย่างไม่ต้องสงสัย

ฉันตัดสินใจที่จะไปที่สวนหลังตึกเรียนก่อนที่จะถูกรายล้อมด้วยใครต่อใคร

ถึงการโดนจ้องมองจะเป็นเรื่องปกติแล้วก็เถอะ แต่ฉันก็ไม่ชอบเป็นจุดสนใจอยู่ดี

“ซาร่า ไปกันเถอะ”

“เอ๋? รออยู่เหรอ?”

“อะ อื้อ.. ประมาณนั้นแหละ”

พอฉันเอื้อมแขนไปให้ ซาร่าก็คว้าไปควงไว้

พอฉันลูบผมเธอ ซาร่าก็ขยับมาใกล้ๆเหมือนลูกสุนัข

จนบรรดานักเรียนที่มองอยู่เผลอทำท่าตาม

แฟนคลับเริ่มจับกลุ่มพูดคุย บอกว่าเป็นญาติที่สนิทกันจัง ยืนใกล้ๆแล้วสัมผัสได้ถึงความต่าง คนหนึ่งเป็นนางแบบ อีกคนเป็นนักเรียนที่ดูซื่อสัตย์ไม่โดดเด่นอะไร (ปากพล่อยอีกแล้วพวกเธอ)

“ถ้าเขาได้ยินขึ้นมาจะทำยังไง”

“ช่างเถอะน่า ได้ยินไปก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงนี่นา”

ฉันได้ยินคำพูดเหล่านั้นอย่างชัดเจน

ไม่แน่นะ อาจจะตั้งใจพูดให้ฉันได้ยินอยู่แล้วก็ได้?

..ยังไงก็ตาม นี่ไม่เหมือนที่ฉันจินตนาการเอาไว้เลย

ฉันไม่รู้วาควรจะชินหรือเศร้ากับมันดี

“ฮึม..

“ไปกันเถอะ ซาร่า”

“ไม่ได้ยินเรื่องที่พวกนั้นพูดเหรอ?”

“ฉันไม่ได้ใส่ใจหรอกนะ”

“โกหก”

ใช่ แน่นอนว่าฉันโกหก

แน่นอนว่าฉันเป็นทุกข์เพราะคำพูดเหล่านั้น

“ถ้าซาร่าอยู่ข้างๆละก็ ฉันไม่แคร์ที่คนอื่นพูดหรอก”

“ตะ แต่ว่า..

“อีกอย่าง ถ้าพวกเรายังยืนอยู่ตรงนี้ล่ะก็ เดี๋ยวก็มีคนเข้ามามุงเอาหรอก”

“ได้อยู่ด้วยนานๆกว่านี้ไม่ดีเหรอ?”

“อะ อึก”

“มาเถอะ”

“ทำตัวเป็นผู้ใหญ่แบบคาเอเดะจังไม่ได้เลยน้า”

แล้วทั้งคู่ก็พากันไปกินข้าวตรงที่ประจำของตัวเอง

“ฮึม ฮึม ฮึมกะแล้วเชียว ไม่ยอมรับหรอกนะ!

พอมาถึงซาร่าก็เริ่มเปิดปากโวยวายเลย

“ไม่พอใจมากเลย”

“ทั้งๆที่คาเอเดะจังเป็นคนที่สวยมากแท้ๆ”

“แค่เธอพูดแบบนั้นก็พอแล้วล่ะ”

“ซาร่าเริ่มเข้าใจความคิดของคาเอเดะจังขึ้นมานิดๆแล้วล่ะ”

“คาเอเดะจังน่ะ คิดว่าตัวเองไม่ใช่คนสวยอะไรใช่มั้ยล่ะ?”

“อึก นั่นมันก็..

“โธ่ ซาร่าน่ะตาถึงอยู่แล้วนะ”

ซาร่ายังคงพูดเสียงดัง

ถ้าเป็นแบบนี้ละก็ เวลาพักต้องหมดก่อนที่พวกเราจะได้เริ่มทานอะไรแน่ๆ

อีกอย่าง ฉันก็ไม่อยากให้ซาร่าต้องมากังวลหรือกลุ้มใจอะไรแทนฉันด้วย

คาเอเดะไม่อยากให้ซาร่าหงุดหงิด อยากใช้ช่วงนี้เวลากับซาร่ามากกว่า

“ซาร่า มานี่หน่อยสิ”

แล้วคาเอเดะก็พยายามทำให้ซาร่าใจเย็นลงด้วยวิธี… นั่นล่ะ ข้ามค่ะ

.

.

พอเสร็จก็หมดเวลาพักพอดี (แย่) ทั้งคู่เลยต้องรีบยัดข้าว แล้วซาร่าก็กินอาหารเสริมตามอย่างอารมณ์ดี คาเอเดะก็รู้สึกโล่งใจที่ซาร่าอารมณ์ดีขึ้นแล้ว

“คิดเรื่องดีๆออกแล้วล่ะ!

“เรื่องดีๆเหรอ?”

“ซาร่าจะใช้ความสามารถของตัวเองทำให้คาเอเดะจังดูมีเสน่ห์ให้ได้!

“ให้พวกคนที่พูดไม่ดีกับคาเอเดะจังคิดว่าตัวเองคิดผิดไปเลย!

หลังจากโกรธแทนไปแล้ว ตอนนี้ซาร่ามีจุดมุ่งหมายใหม่แล้วค่ะ เฮ

แต่ว่าบทสนทนานี้มันเริ่มมีจุดประสงค์แปลกๆแล้วนะ?

“ฉะ ฉันไม่ได้คิดเรื่องแบบนั้นเลยนะ”

“ถ้าจะให้พูดแล้วล่ะก็ เรื่องแบบนี้น่ะ ออกจะเป็นเรื่องปกติจะตายไป”

“ไม่ปกติสักหน่อย!

“พูดถึงคนสำคัญของซาร่าแบบนั้นน่ะ

“แล้วที่พวกเขาพูดมันก็เป็นเรื่องเหลวไหลด้วย!

“ยะ อย่างที่ว่าไปนั่นแหละนะ ฉันไม่ได้คิดว่าเรื่องพวกนั้นเป็นเรื่องเหลวไหลสักหน่อย”

“เหมือนกับที่พวกเขาพูดไม่ใช่เหรอ

“ยังไงล่ะ?”

“ก็มันเป็นความจริงนี่นา”

“เพราะว่าคาเอเดะจังไม่รู้ตัวต่างหากล่ะ”

“มันน่าเสียดายออกนะ”

“บะ บอกแล้วไงว่าฉันไม่ได้ใส่ใจเรื่องพวกนั้นเท่าไหร่หรอกนะ”

“ฉันมีความสุขกับความรู้สึกของซาร่านะ แต่ว่าไม่ได้อยากให้มันเอิกเกริกนั้นสักหน่อย”

“ถ้าเป็นอย่างงั้น ซาร่าขอไม่ทำตามคำสั่งของคาเอเดะจังก็แล้วกัน!

ซาร่าประกาศกร้าว ก็เห็นทำแบบนั้นตลอดไม่ใช่เหรอคะ ww

“เอ๋? แบบนั้นมันบังคับกันนี่นา”

“สาบานได้เลยไม่ว่ายังไงซาร่าก็จะทำโปรเจคต์พลิกโฉมคาเอเดะจังให้ได้!

“ไม่เห็นต้องสาบานเลยก็ได้”

“ปฏิกิริยาแบบนั้นมัน.. เย็นชาอะ!

“แล้วไหงเธอถึงได้คิดแบบนั้นเล่า?”

“เพราะว่าคาเอเดะจังเป็นเจ้าชายไงล่ะ ต้องทำตัวให้สมกับเป็นเจ้าชายหน่อยสิ!

“เพราะงั้นแหละ ยังไงซาร่าก็จะทำ!

ซาร่าจริงจังมากค่ะ คาเอเดะกังวลใจว่าที่ซาร่าอยากจัดการให้เธอสมเป็นเจ้าชายคือการให้เธอสวมชุดเจ้าชายเดินไปเดินมารอบโรงเรียนหรือไง? (ไม่ใช่แล้วล่ะคาเอเดะจัง www)

“…”

พอจินตนาการดูแล้ว มันดูค่อนข้างจะพิลึกมากเลยทีเดียว

“ซาร่า ฉันไม่ได้อยาก…..

“บอกแล้วไงว่าจะไม่ทำตามคำสั่งของคาเอเดะจังแล้วน่ะ!

“ไม่เอาน่า”

“ซาร่าจะทำให้คาเอเดะจังเด่นที่สุดในมิคาโจให้ได้เลย”

คาเอเดะกังวลใจหนัก บอกว่าเด่นกว่านี้ก็ไม่ไหวแล้วนะ

ต้องหยุดโปรเจคต์พิลึกนี้ให้ได้!

คาเอเดะพยายามหาทุกข้อขัดแย้งมาพูดเกลี่ยกล่อมซาร่าสารพัด แต่ซาร่าดื้อมาก และมุ่งมั่นมากเช่นกัน เพราะงั้นไม่ได้ผลนะจ๊ะ ฮึฮึ

.

.

เช้าวันรุ่งขึ้น

ซาร่าตื่นก่อนฟ้าสางซะอีก

และในเมื่อฉันไม่รู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่

จึงทำได้แค่คอยดูการกระทำของเธออย่างระมัดระวัง

“อืม

ซาร่าทำเสียงงึมงำแล้วเดินวนไปวนมารอบๆคาเอเดะ

“ไม่ว่าจะมองยังไงคาเอเดะจังนี่ก็หุ่นดีจังเนอะ”

“หน้าตาก็ดีอยู่แล้วด้วย”

“อ่า..

“เพราะงั้นแหละ ซาร่าคงไม่ต้องทำอะไรมากนักหรอก”

“แล้วถึงจะแต่งหน้าจัดไปก็ใช่ว่ามันจะได้ผลเสมอไปด้วย..

 “ระ เหรอ”

“ไม่ต้องเกร็งก็ได้น่า”

“ซาร่าไม่ได้จะจับกินซะหน่อย”

“…”

“อันดับแรกต้องเอาแว่นออกก่อน~

ซาร่าถอดแว่นคาเอเดะออก เจ้าตัวก็รู้สึกเหวอๆนิดหน่อย

“แต่ว่าคาเอเดะจังไม่จำเป็นต้องสวมแว่นอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?”

“มันก็ใช่นะ

คาเอเดะไม่ได้มีปัญหาเรื่องสายตา แต่ใส่มันเพราะมันทำให้ตัวเองดูจืดจางลง เพราะตัวเองไม่อยากเด่น (อ้าวเธอ ww) แถมยังรู้สึกประหม่าเวลาถอดแว่นออกด้วย แต่เพราะว่าตอนนี้คนที่อยู่ตรงหน้าเป็นซาร่าเลยไม่ได้รู้สึกแย่อะไรเท่าไหร่

“สวยออกจะตายไป~

“พอถอดแว่นออกแบบนี้อย่างกับว่าคาเอเดะจังกำลังมองซาร่าโดยไม่ผ่านอะไรอยู่เลย”

“มันทำให้รู้สึกใจเต้นไม่เป็นจังหวะเลยล่ะ!

“พูดเกินไปน่า

“งั้นตอนที่มองตัวเองในกระจกล่ะ?”

“ก็ ก็ไม่มีอะไรนี่”

“เหรอ?”

“แต่ว่า สุดยอดไปเลยน้า”

ซาร่าดูตื่นเต้นมาก แล้วลงมือพลิกโฉมคาเอเดะจังต่อ โดยการจับอีกฝ่ายปล่อยผม..

“ว้าว~ ผมสวยจัง~

“แต่ว่า..

“ตอนคาเอเดะจังถักเปียน่ะ ให้ความรู้สึกว่าเป็นพี่สาวใจดีก็จริง”

“แต่พอปล่อยผมออกมาแบบนี้แล้วดูมีเสน่ห์มากเลย”

“ฉันน่ะเหรอ?”

“อื้อ อย่างกับนางฟ้าเลยล่ะ”

นะ นะ นางฟ้า!? ฉันเนี่ยนะ?

“ไม่ว่าใครหน้าไหนถ้าได้เห็นแล้วล่ะก็ต้องหลงเสนห์คาเอเดะจังแน่ๆ”

“แต่ฉันแค่ถอดแว่นแล้วปล่อยผมเองไม่ใช่เหรอ?”

“ถึงได้บอกไงว่าคาเอเดะจังสวยอยู่แล้วน่ะ”

“ไม่มีใครสู้ได้เลยล่ะ”

ฉันรู้สึกไม่ค่อยอยากเชื่อคำพูดของซาร่าสักเท่าไหร่

ไม่มีทางที่ฉันจะเปลี่ยนไปขนาดนั้นด้วยการทำอะไรแค่นี้หรอกน่า

“ที่เหลือก็แค่เติมเมคอัพนิดๆหน่อยๆล่ะนะ”

“แต่ว่าฉันไม่มีเครื่องสำอางนะ

“ไม่เป็นไร ซาร่าเอามาด้วยแล้วล่ะ!

ซาร่าเอากล่องใส่เครื่องสำอางแบบอลังการเข้ามาในห้อง จนคาเอเดะอดสงสัยไม่ได้ว่านั่นจะเปิดร้านเรอะ.. (แปลกใจเหมือนกันนะที่ซาร่ามีเครื่องสำอางเยอะขนาดนั้น ตอนแรกนึกว่าให้ทีมงานแต่งหน้าให้เฉพาะตอนจะถ่ายแบบเลยมีแค่นิดๆหน่อยๆซะอีก หรือเธอว่าซื้อมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะหว่า..)

พอแต่งหน้าคาเอเดะเสร็จ ซาร่าก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ

“วิเศษไปเลย!

“ลองดูตัวเองในกระจกสิ”

“ทะด๊า

คาเอเดะอึ้งนิดๆ

“หวา..

“สวยใช่มั้ยล่ะ?”

“อะ อื้อ

คาเอเดะตกใจ ว่าแค่เติมเครื่องสำอางนิดเดียวมันทำได้ขนาดนี้เลยเหรอ

(นี่แหละที่เขาเรียกว่าเครื่องสำอางคือเวทมนตร์ฮา)

“รีบไปให้คุณลุงคุณป้าดูกันดีกว่า”

“มะ มันน่าอายจะตายไป”

“ไม่เป็นไรหรอกน่า~

พอพาไปให้พวกผู้ใหญ่ดู ทั้งคู่ก็อึ้งกันนิดๆกับการพลิกโฉมของลูกสาวตัวเอง แล้วคุณแม่ก็ชมคาเอเดะพร้อมทั้งขอบคุณซาร่าด้วย พอกินอาหารเช้าเสร็จคาเอเดะบอกว่าจะไปแปลงฟัน แต่ซาร่าถามว่าจะไปล้างหน้าใช่มั้ยล่ะ

“วันนี้ทั้งวันซาร่าจะไม่ให้แว่นคืนหรอกนะ”

อึก—-

“เธอคิดมากเกินไปแล้ว~

“ห้ามไม่ให้มัดผมด้วย”

ซะ ซาร่าวางแผนปิดทางหนีของฉันเอาไว้หมดแล้วนี่

คาเอเดะจังพยายามจะอธิบายให้ซาร่าฟัง บอกว่าต้องไปเรียน ต้องกลับไปแต่งหน้าทำผมเหมือนเดิม แต่คุณพ่อคุณแม่กลับเห็นดีเห็นงามอยากให้เพื่อนร่วมชั้นลูกสาวตกใจ คาเอเดะแพ้ไปด้วยสามโหวตต่อหนึ่งโหวต เจ้าตัวเลยคิดว่าที่ซาร่าพามาให้ผู้ใหญ่ดูเพราะหวังอะไรแบบนี้แต่แรกอยู่แล้วแหงๆ

ตอนนี้รู้สึกเหมือนโดนจับจ้องมากกว่าครั้งแรกที่พวกเราควงแขนกันเสียอีก

แม้จะพยายามคิดว่าตัวเองคิดมากไป แต่ก็รู้สึกว่าโดนจับตามองมากกว่าเมื่อวานอยู่ดี..

“คาเอเดะจัง เดินอย่างผ่าเผยหน่อยสิ”

“ถ้าหลังค่อมล่ะก็ ทุกอย่างที่ทำมาก็เสียหมดพอดี”

“แต่ว่า มันน่าอาจจะตายนี่นา..

“เดินหลังค่อมหน้าอายกว่าอีกนะ”

“อึก..

ฉันยืดหลังตรงอย่างไม่มีทางเลือก

“มองตรงไปข้างหน้า”

“แล้วคิดซะว่าตัวเองเป็นคนที่สวยที่สุดในโลก!

“มันยากนะนั่น..

“เอาน่า แค่ทำตามที่ซาร่าบอกก็พอแล้ว”

อ่า..

พอพวกเราเข้ามาในอาคารเรียน ก็สามารถดึงดูดสายตามาไว้ที่จุดเดียว

ต่างไปจากเมื่อก่อน เพราะตอนนี้สายตาแทบทุกคู่จับจ้องมาที่ฉัน

 photo 03-05.png

“คิกคิก ทุกคนกำลังมองคาเอเดะจังอยู่ล่ะ”

“นั่นมันน่าอายจะตายไม่ใช่เหรอ”

“ไม่เห็นต้องอายอะไรเลยนี่นา~

“แสดงความสวยของคาเอเดะจังให้ทุกคนเห็นเลย!

พอฉันปลายตามอง เหล่านักเรียนก็หน้าแดงระเรื่อแล้วจ้องมาที่ฉันยกใหญ่

พวกเขาเหมือนต้องมนตร์สะกด จนมองมาอย่างไม่วางตา

“ตายจริง.. นั่นหัวหน้าห้องไม่ใช่เหรอ?”

“จริงด้วย ดูเปลี่ยนไปเยอะเลยนะ

“อ อรุณสวัสดิ์

บรรดาตัวประกอบเริ่มชมคาเอเดะ บอกว่าสมกับที่เป็นญาติกับซาร่า คาเอเดะประหม่านิดๆ ส่วนซาร่าก็พยักหน้าเห็นด้วยอารมณ์ดี เดินไปอีกก็มีคนชมอีกเรื่อยๆ แต่ที่เราประทับใจสุด “มีดีเอ็นเออะโฟร์ไดท์อยู่ในสายเลือดคิตาจิม่ารึเปล่านะ?” ฮา

ทุกคนมองมาที่ฉันด้วยสายตาที่ชื่นชมระคนอิจฉา

พวกที่เคยมองฉันเป็นแค่คนที่มาเกาะแกะกับซาร่า เริ่มยกให้ฉันอยู่ในระดับเดียวกับเธอ

แค่เปลี่ยนแปลงอะไรนิดหน่อย สภาพแวดล้อมที่เคยได้พบเจอก็เปลี่ยนไป

พอเป็นแบบนั้นแล้ว ฉันก็รู้สึกทั้งตกใจและหวาดหวั่นในเวลาเดียวกัน

ถ้าไม่มีซาร่าละก็ ฉันคงไม่ได้มีโอกาสได้สัมผัสประสบการณ์แบบนี้หรอก

“อึก..

แล้วอยู่ๆซาร่าก็บีบแขนฉันแน่น

 photo 04-05.png

“ซาร่า..?”

ท่าทางของซาร่ากลับไม่ได้มีความสุขอย่างที่ฉันคิด

เหมือนกับว่าเธอเผลอบีบมือฉันโดยไม่รู้ตัว

“มัดผมเถอะ”

“เอ๊ะ?”

“กลับเป็นคาเอเดะจังคนเดิมเดี๋ยวนี้เลยนะ!

“มีอะไรอีกเนี่ย?”

“อึก”

“???”

พอฉันถามออกไป ซาร่าก็เม้มปากด้วยท่าทางอารมณ์ไม่ดี

เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ?

ตอนแรกก็ดูจะมีความสุขแท้ๆ…

คาเอเดะตัดสินใจพาซาร่าไปที่สวนหลังตึกเรียน ที่ไร้ผู้คน

“มีอะไรรึเปล่า?”

ซาร่าหันหลังให้ตึกเรียนด้วยท่าทางที่เหมือนจะร้องไห้

“เดี๋ยวคาเอเดะจังจะโดนขโมยไปนี่นา”

“ถ้าหากทุกคนเห็นว่าคาเอเดะจังป๊อบขึ้นมาล่ะก็

“ซาร่าก็จะกินข้าวเที่ยงกับคาเอเดะจังไม่ได้แล้วน่ะสิ”

“มีคนชวนไปเข้าชมรม แล้วจะไม่ได้กลับบ้านด้วยกันแล้วด้วย~~!

“ซาร่า

“แบบนั้นน่ะ ซาร่าไม่เอาด้วยหรอก~~!

“หะ หึงฉันเหรอ?”

“ซาร่า.. ฮึก แค่อยากให้คนที่เคยพูดเรื่องเลวร้ายกับคาเอเดะรู้ว่าตัวเองคิดผิดเท่านั้นเอง”

“แต่มันกลับกลายเป็นแบบนี้ไปได้”

 “ซาร่าทนไม่ได้หรอก~! คาเอเดะจังเป็นเจ้าชาย-ของ-ซารานะ ~

หมายความว่าผลตอบรับที่ได้มันผิดจากที่เธอคิดไว้สินะ?

เพราะแบบนี้นี่เอง ซาร่าเลยดูไม่ค่อยสบายใจนัก

“คิกคิก”

น่ารักจัง

คำว่า “น่ารัก” นี่สร้างขึ้นมาเพื่อใช้กับซาร่าเลยใช่มั้ยนะ?

ฉันสัมผัสมือของเธออย่างอ่อนโยน

 photo 05-05.png

“โธ่ ยัยบ๊อง”

“อื้อ

“ไม่มีทางที่ฉันจะสนใจคนอื่นมากกว่าเธออยู่แล้วล่ะ”

“คาเอเดะจัง

“รักซาร่ารึเปล่า?”

“รักที่สุดเลยล่ะ”

“จะเป็นเจ้าชายของซาร่าตลอดไปใช่มั้ย?”

“มีแค่ซาร่าเท่านั้นที่จะได้เป็นเจ้าหญิงของฉันนะ”

“ฉันรักเธอ ซาร่า

“ซาร่าก็รักคาเอเดะจังที่สุดเหมือนกัน”

“จะรักตลอดไป ตลอดไปเลย!

แล้วซาร่าก็จูบฉันกลับด้วยริมฝีปากที่อ่อนนุ่มและแสนหวาน

พวกเราจูบกันอีกครั้ง โดยไม่รู้ว่ามันเป็นครั้งที่เท่าไหร่

เสียงกริ่งบอกเวลาเริ่มเรียนเหมือนเสียงระฆังของโบสถ์ที่ช่วยอวยพรให้เรา

ตอนนี้ฉันเข้าใจมันอย่างถ่องแท้

ว่าตัวเองขาดซาร่าไม่ได้

และถ้าเพื่อซาร่าแล้วละก็ ฉันจะเปลี่ยนตัวเองได้

ถ้าหากมีใครทำอะไรให้ซาร่าเจ็บช้ำน้ำใจแล้วล่ะก็..

ต่อให้เป็นที่ๆมีคนเยอะแยะแค่ไหน จะกลายเป็นจุดสนใจแค่ไหน ฉันก็จะเข้าไปช่วยเธอไว้ให้ได้!

มันคือสิ่งที่มีแต่ฉันเท่านั้นที่สามารถเป็นได้

เพื่อซาร่า และอนาคตของเรา

 photo 06-06.png

 

-HAPPY END-

 

Watashi no Ouji-sama

- part 4-

ตัวอักษรสีม่วง คือคำพูดของคาเอเดะ

ตัวอักษรสีน้ำตาล คือคำพูดของซาร่า

ตัวอักษรสีส้ม คือคำพูดของยูนะ

ตัวเอียง คือสรุปเหตุการณ์คร่าวๆ

หมายเหตุ

อาจจะไม่ได้สปอยล์แบบแปลออกมาตรงเป๊ะแบบถอดทุกคำพูดนะคะ

อาจมีตัดบ้าง เติมบ้าง เพื่อความเหมาะสมและเพิ่มอรรถรสของเกม

อีกอย่างเราก็ไม่ใช่คนเก่งกาจอะไร ผิดพลาดตรงไหนขออภัยมา ณ ที่นี้ค่ะ

แล้วก็ขอบคุณที่ติดตามนะคะ  x ‘ v ‘ x

.

.

พอถึงเวลาที่ต้องกลับบ้าน ฉันก็รู้สึกเหนื่อยใจเป็นพิเศษ

ฉันก้าวเท้าเดินไปข้างหน้าอย่างอ่อนแรง

ส่วนซาร่าก็ควงแขนอย่างเหม่อลอย

“แล้วเมื่อไหร่คาเอเดะจังจะพาซาร่าไปเดินชมโรงเรียนล่ะ?”

ถึงจะออกมาจากโรงเรียนมาแล้ว

แต่ดูท่าแล้วซาร่าก็ยังไม่ลืมเรื่องพวกนั้นอยู่ดี

“คิดว่าอาจจะอีกประมาณครึ่งปีน่ะนะ”

“จริงเหรอ? อีกนานเลยนา”

“ด้วยสภาพแบบนั้น ฉันคงพาพาเธอไปดูอะไรไม่ได้หรอกนะ”

“คาเอเดะจังไม่ชอบให้ตัวเองเป็นจุดสนใจเหรอ? ไม่ต้องไปใส่ใจก็ได้น่า”

“ไม่ได้หรอก”

“อึก ตอบเร็วจัง”

ไม่ใช่ทุกคนที่สักหน่อยที่จะเป็นแบบซาร่าได้

ฉันน่ะนะ แค่ต้องเข้าไปคุยกับคนอื่นก็อึดอัดแล้ว

“งั้นอยู่กับคาเอเดะจังแบบนี้ต่อก็แล้วกันน้า”

อยากทำอะไรก็ตามใจเถอะ

ฉันถอนหายใจแล้วเดินต่อ

“นี่ๆ รู้มั้ยว่าตอนนี้ซาร่าคิดอะไรอยู่?”

“หือ? มะ-ไม่รู้สิ..

“เดาสิ”

..คาเอเดะจังใจแคบจังน้า? อะไรงี้รึเปล่านะ”

“ไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นสักหน่อย”

“งั้นฉันก็ไม่รู้หรอก”

“ซาร่ากำลังคิดว่าพวกเราเหมือนคู่สามีภรรยาที่เพิ่งแต่งงานกันเลยต่างหาก”

!!

มันไม่มีทางเป็นแบบนั้นอยู่แล้วล่ะ!

ความคิดประหลาดแบบนั้นมาจากไหนกันนะ

เพราะว่าพวกเราอยู่ด้วยกัน?

เพราะพวกเรากำลังควงแขนกันอยู่แบบนี้?

หรือเป็นเพราะที่พวกเราจูบกัน?

จูบ…

อ่าา จูบแรกของฉันนน (คนแปล: หล่อนพะวงถึงจูบแรกที่เสียไปอย่างเดียวเรอะ)

“ซะ-ซาร่า..

“แฮะๆ

ดูเหมือนว่าไม่ว่าฉันจะถามอะไร

รอยยิ้มบนใบหน้าก็ไม่มีทางเลือนหายไป

“ซาร่า

“ทำไมถึงได้รักฉันขนาดนั้นล่ะ?”

“ก็เพราะว่า..  เป็นคาเอเดะจังน่ะสิ”

“นั่นไม่ใช่คำตอบซะหน่อย”

“งั้นเหรอ?”

“ก็นะ ตอนพวกเด็กๆ คาเอเดะจังปกป้องซาร่าจากคนที่เข้ามาแกล้งด้วยล่ะ จำได้มั้ย?”

“อะไรนะ..?”

มีเรื่องแบบนั้นเคยเกิดขึ้นด้วยเหรอ?

“ตอนเชือกรองเท้าโดนผูกติดกันจนหกล้ม..

“ตอนที่มีใครสักคนแกล้งเขียนแก้มซาร่าตอนที่กำลังหลับอยู่..

“ตอนที่เต้นตามที่อาจารย์สอนไม่ได้สักที

“คาเอเดะจังก็มาช่วยซาร่าทุ~กครั้งเลย”

งะ-งั้นเหรอ?

“ตอนที่มีคนมาแกล้งผูกเชือกรองเท้าของซาร่าน่ะนะ..

“คาเอเดะจังก็เอากาวไปใส่ในรองเท้าของเด็กคนนั้นจนเท้าติดหนึบอยู่กับรองเท้าเลยล่ะเนอะ?”

ฉะ-ฉันเคยทำเรื่องเลวร้ายพรรค์นั้นด้วยเหรอ?

“แล้วคนที่แกล้งเขียนหน้าซาร่านั่นน่ะ คาเอเดะจังก็เอาหมึกกับพู่กันไล่ตามเด็กคนนั้นไปถึงบ้านแล้วก็..

“เขียนเสื้อเขาจนเละเทะไปหมด”

(แต่ละสิ่ง…)

ละ-แล้วฉันยังเคยทำอะไรโหดร้ายแบบนั้นด้วยเหรอ?

“ตอนที่ซาร่าเต้นไม่ได้สักที แล้วนั่งร้องไห้อยู่ในห้องดนตรี คาเอเดะจังก็มาหาซาร่าที่ห้อง แล้วก็..

“พาซาร่าขึ้นไปบนเวทีแล้วเป็นคู่ซ้อมให้ด้วยล่ะ~

“คาเอเดะจัง เท่สุดๆไปเลยน้า~

ฉันจำอะไรพวกนั้นไม่เห็นได้เลย

ไม่นึกเลยว่าคนที่พยายามหลีกเลี่ยงการเป็นจุดสนใจอย่างฉัน

จะทำอะไรพวกนั้น อย่างการทำตัวเท่ปกป้องซาร่าได้

ความจำซาร่าต้องผิดปกติตรงไหนสักแห่งแน่

แล้วคาเอเดะก็กังวลไปอีกสารพัดสิ่ง

“ตั้งแต่ตอนนั้น ซาร่าก็ตัดสินใจแล้วว่าจะเป็นเจ้าสาวของคาเอเดะจังล่ะ”

“เอ๋?”

“ถ้าพวกเราได้ใส่ชุดแต่งงานด้วยกันมันต้องสุดยอดไปเลยเนอะ”

“อะ..อื้อ

เจอประโยคนั้นเข้าไป คาเอเดะกังวลหนักเลย

โถคาเอเดะ..

“คาเอเดะจังไม่รักซาร่าเหรอ?”

อึก—

“หรือว่าซาร่าจะเป็นเจ้าสาวให้คาเอเดะจังไม่ได้?”

“ทั้งๆที่ซาร่ารักคาเอเดะจังขนาดนี้.. งึมงึม”

“ซะ.. ซาร่า”

อย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้นสิ~

“แล้วคิดยังไงกับซาร่าเหรอ?”

“นั่นมันก็

“กะแล้วเชียว เกลียดซาร่าจริงๆด้วย!

“ไม่จริงน่า ฉันรักเธอจะตายไป”

“เย้!

“หวา!

บ้าจริงงง

ฉันพลาดแล้ว~

 photo 01-10.png

“เฮ้อ

แล้วคาเอเดะก็คร่ำครวญถึงความพลาดของ ตัวเองไปตลอดทาง ว่ารู้สึกว่าพอเป็นซาร่าแล้วรู้สึกอยากปกป้องจนต้องใจอ่อนให้ทุกที (คนแปล: คาเอเดะตลก www)

 .

 .

ก่อนเข้านอน ฉันนั่งอ่านนิตยสารที่เพิ่งซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อ

เป็นนิตยสารที่มีซาร่าขึ้นปก

แถมยังได้ได้ลงในเล่มอีกตั้งหลายหน้า

ทั้งน่ารักและยังเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มที่น่าเอ็นดู

ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมใครๆต่างก็หลงรักเธอ

แต่ว่าเพราะเธอเป็นซาร่าใช่มั้ยล่ะ?

ฉันไม่มีทางที่จะเป็นแบบซาร่าได้

ถึงจะไม่ใช่เรื่องที่ฉันสนใจ แต่มันก็ช่วยตอกย้ำให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างฉันกับซาร่า

เธอเป็นนางแบบที่เจิดจรัส ในขณะที่ฉันเป็นหัวหน้าห้องผู้แสนจะธรรมดา

สิ่งที่เชื่อมโยงพวกเราเข้าหากันมีเพียงความเป็นญาติ

และความทรงจำวัยเด็กที่มีร่วมกันจนทำให้เธอคิดถึงฉันเท่านั้น

ราวกับว่าซาร่าเป็นเหมือนตัวแทนของเด็กสาวผู้มีความทะเยอะทะยาน

น่ารัก เข้าสังคมเก่ง และเป็นที่ชื่นชอบของผู้คน

“อดชื่นชมไม่ได้เลยน้า….

ฉันกอดนิตยสารไว้แล้วพึมพำกับตัวเอง

ถึงจะมีความเป็นไปได้ที่ฉันจะคาเอเดะจังในความทรงจำของซาร่าก็ตาม

แต่ฉันก็ยังอึดอัดอยู่ดีที่จะไปยืนพูดต่อหน้าผู้คนอยู่ดี

คนอย่างฉัน..

“อ๊ะ”

ฉันมองตัวเองในแง่ลบอีกแล้ว!

“เฮ้อ..

ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้นะ?

ถ้าฉันยังเป็นแบบนี้ต่อไป ไม่ว่ายังไงก็ต้องมีปัญหามาให้เผชิญแน่

เสียงเคาะประตู ก๊อกก๊อกก๊อก

 photo 04-1-1.jpg

“หวา–!!

“คาเอเดะจัง ขอเข้าไปได้มั้ย?”

“ปะ-แป๊บหนึ่งนะ!

ฉันรู้สึกตื่นตระหนกก่อนจะเอานิตยสารไปแอบไว้ใต้เตียง

ไหงฉันถึงได้ทำเหมือนกำลังซ่อนหนังสือลามกอยู่เลยล่ะนั่น

“เชิญจ้ะ”

พอพูดจบ ประตูก็เปิดออก

“ทำอะไรอยู่เหรอ?”

“เอ๊ะ? อืมม.. ก็ไม่ได้ทำอะไรเป็นพิเศษนะ ก็..

ฉันรู้สึกกลัดกลุ้มกับคำอธิบายที่ไม่ได้เรื่องของตัวเอง

มันยิ่งทำให้ทุกอย่างดูน่าสงสัยเข้าไปใหญ่

ไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมถึงพูดอะไรให้มันฟังดูโอเคกว่านี้ไม่ได้

“มะ-ไม่ไม่ต้องสนใจหรอก ว่าแต่มีอะไรรึเปล่าน่ะ?”

“อ่า อืมมม..

“มีบทเรียนตรงไหนที่ไม่เข้าใจรึเปล่า?”

“ไม่มีตรงไหนที่น่าเป็นห่วงหรอกน่า”

ใบหน้าของซาร่าเริ่มแดงระเรื่อ และอยู่ไม่สุข

“??”

“เอ่อ.. ซาร่าขอนอนกับคาเอเดะจังได้มั้ย?”

ถามแบบนั้นด้วยแววตาเว้าวอนมันทำให้เธอดูน่ารักและทำให้รู้สึกอึดอัดอยู่ในอก

“คิก..

“เห?”

“พูดอะไรแบบนั้นล่ะ ไม่สมเป็นเธอเลยนะ”

“เอ๋?”

“ปกติถ้าเธออยากทำฉันห้ามซาร่าได้ที่ไหนล่ะ”

“อ่า.. แฮะๆ”

“ยินดีต้อนรับจ้ะ เชิญตามสบายนะ”

“เย้”

 photo 04-2-1.jpg

ซาร่ากระโจนเข้ามาตรงพื้นที่ว่างข้างอยู่ข้างๆฉันที่กำลังนั่งอยู่บนเตียง

เตียงที่เล็กอยู่แล้วยิ่งแคบเข้าไปใหญ่

“แฮะๆๆ คาเอเดะจัง..

เธอเรียกชื่อของฉันด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน

“มะ-มีอะไรเหรอ?”

“เตียงของคาเอเดะจังล่ะ”

“อะ-อื้อ”

เมื่อซาร่าขยับตัวไปมา มันก็ยิ่งดูแคบขึ้น

พอฉันจะมองซาร่าก็อยู่ในระยะประชิดเสียแล้ว

แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นหรอกนะ~~

“คาเอเดะจัง..

“หืม?”

“ตอนซาร่าย้ายไปที่อื่น คาเอเดะจังเหงาบ้างรึเปล่า?”

“ทำไมถึงถามอะไรแบบนั้นล่ะ”

“เพราะว่าหลังจากที่ซาร่าย้ายไป พวกเราก็ไม่ได้ติดต่อกันเลยน่ะสิ..

“ซาร่าก็เลยอยากรู้ว่าคาเอเดะจังรู้สึกยังไง”

“งั้นเหรอ..

“ฉันเหงามากเลยล่ะ”

“เหงาแค่ไหนเหรอ?”

“ก็มากซะจนเอาน้ำตามาเติมให้เต็มอ่างอาบน้ำได้เลยล่ะ”

“โกหกน่า~

“ถึงจะฟังดูไม่น่าเชื่อแต่เป็นเรื่องจริงนะ”

“ก็น่าจะติดต่อกันมาบ้างนี่นา ฮึก”

“ก็เพราะไม่รู้ที่อยู่น่ะสิ”

“เอ๊ะ?”

“ก็เลยไม่รู้ว่าจะติดต่อเธอยังไงน่ะ”

“ปะ-เป็นแบบนั้นหรอกเหรอ?”

“คาเอเดะจังพยายามที่จะติดต่อซาร่า..

ดวงตาของซาร่ารื่นไปด้วยหยาดน้ำตา

“ยัยบ๊อง มันก็ต้องแน่อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?”

“อื้อ

“อย่าร้องไห้สิ เดี๋ยวไม่น่ารักหรอก”

“ถะ-ถึงจะร้องไห้ซาร่าก็น่ารักอยู่แล้วล่ะ” (ใช่ๆ!)

“อื้อ! ฮุฮุฮุ~

“ถ้าคาเอเดะจังบอกว่าไม่ต้องร้อง ซาร่าก็จะไม่ร้องล่ะ”

“เมื่อก่อนเธอก็ชอบพูดอะไรทำนองนั้นแต่ก็ยังยังร้องไห้อยู่ดีนะ”

“นะ-นั่นเป็นเพราะว่าตอนนั้นซาร่ายังเป็นเด็กอยู่ต่างหากล่ะ”

“อาจจะเป็นอย่างนั้นแหละนะ ฮุฮุ~

เห็นซาร่าเป็นแบบนี้ จากที่เฟลๆคาเอเดะก็อารมณ์ดีขึ้นนิดๆ

“นี่ แล้วซาร่าล่ะ?”

“ตอนนั้นเหงาแค่ไหนเหรอ?”

“ซาร่า…  เหงาจนบรรยายอกมาเป็นคำพูดไม่ถูกเลยล่ะ”

“ก็ซาร่าน่ะ มีคาเอเดะจังคอยช่วยอยู่ตลอดนี่นา..

“งั้นเหรอ”

“ตอนที่ไปเรียนที่อื่น ซาร่าไม่รู้ว่าจะทำยังไงเลยล่ะ”

เท่าที่รู้จักเธอในตอนนั้นก็พอจะนึกภาพออกได้ไม่ยาก

คนที่เธอคอยพึ่งพาอยู่เสมอหายไป

แล้วซาร่าที่ไม่รู้จะไปทางไหนก็เริ่มร้องไห้ออกมา

อยากรู้จังว่าวันเวลาแบบนั้นเธอผ่านพ้นมันไปได้ยังไง

“ทำไมฉันถึงไม่รู้ตัวเลยนะ”

“เห? รู้ตัวอะไรเหรอ”

“ตอนนั้นเธอคงลำบากมากสินะ”

“มาคิดดูแล้ว ฉันน่าจะรู้ตัวว่าตอนไหนที่เธอกำลังทุกข์ใจ”

“ช่วยไม่ได้นี่นา ก็ยังเป็นเด็กกันอยู่เลย”

ฉันสงสัย..

ถ้าหากฉันรักซาร่า

มันจะเป็นเรื่องที่ไม่ดีรึเปล่านะ?

“ขอโทษนะ ซาร่า”

“ไม่ใช่ความผิดของคาเอเดะจังซะหน่อย”

“แต่ว่า..

“ไม่มีแต่”

“แต่ก็เพราะเรื่องนั้นแหละ ที่ทำให้ซาร่าอยู่คนเดียวได้น่ะ”

“งั้นเหรอ

ซาร่ายอดไปเลย

ถ้าหากฉันทำอะไรได้แบบซาร่าบ้างละก็

ในขณะที่ฉันกำลังจะจมเข้าสู่ความรู้สึกด้านลบ

ซาร่าก็เอื้อมมือมาเล่นผมฉัน

“มะ-มีอะไรเหรอ?”

“คาเอเดะจังผมนุ่มเหมือนขนนกเลยน้า”

“ไม่จริงหรอกน่า”

“จริงนะ จริงอยู่แล้วล่ะ”

“ซาร่าชอบผมนี้จังเลยน้า”

ซาร่าเอาปลายผมของฉันไปเขี่ยแก้มตัวเอง

“ฉันคิดว่าผมของซาร่าดูดีกว่านะ”

“งั้นเหรอ?”

“ทั้งตรง มีน้ำหนักแถมยังนุ่มอีกต่างหาก”

“งั้นเหรอ”

“งั้นเหรอ งั้นเหรอ งั้นเหรอ~

พวงแก้มของซาร่าค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ

ด้วยรอยยิ้มที่ดูเขินอาย ทำให้เธอดูสมเป็นเด็กผู้หญิง

“ถ้าคาเอเดะจังพูดแบบนั้นละก็ ซาร่าก็ชอบผมตัวเองเหมือนกันล่ะ”

“คิก”

ซาร่าพูดอะไรแปลกๆ อีกแล้วแฮะ

“รักคาเอเดะจังที่สุดเลย~

“ซาร่า..

ถ้าเป็นคนรักกันละก็ นี่ก็คงเป็นช่วงเวลาแสนหวาน

แต่สำหรับพวกเราแล้ว นี่คงเป็นแค่ความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างพี่น้อง

แน่นอนว่าฉันไม่ได้รังเกียจอะไรหรอกนะ

ความเป็นจริงแล้ว มันนี้ช่วยเยียวยาฉันด้วยซ้ำไป

“นะ-นี่.. เดี๋ยวสิ ซาร่า อย่าจับ.. ว้าย!”

“คาเอเดะจังหุ่นดีจังน้า~”

แล้วซาร่าก็พยายามจะลวนลาม(?)คาเอเดะด้วยการจับนู่นจับนี่แล้วชมว่าหุ่นดีบลาบลาบลา จากนั้นก็.. นั่นล่ะ

“ซาร่าน่ะ อยากทำให้คาเอเดะจังมีความสุขนี่นา”

“อยากให้คนที่ตัวเองรักมีความสุข.. เป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอ?”

“กะ-ก็จริงอยู่ แต่ว่า..”

…แต่นี่มันแปลกไปไม่ใช่เหรอ

“คาเอเดะจัง รูปร่างดีจริงๆนั่นแหละน้า”

“คาเอเดะจังเป็นคนในฝันของซาร่าเลยนะ”

“…”

ไม่ว่าเธอจะพูดประโยคแบบนั้นอีกสักกี่ครั้ง

มันก็ส่งมาไม่ถึงฉันอยู่ดี

เพราะฉันไม่ค่อยเข้าใจถ้อยคำที่เธอพร่ำบอกสักเท่าไหร่

“ทุกคนน่าจะได้รู้นะว่าคาเอเดะจังวิเศษแค่ไหน”

วิเศษ?

ฉันน่ะเหรอ?

“ถ้าฉันเป็นคนที่วิเศษอย่างที่ว่าจริง ทุกคนก็คงรู้อยู่แล้วล่ะ”

“เพราะพวกเขาเลือกฉันให้เป็นถึงหัวหน้าห้องนี่นา”

“หมายถึงรูปลักษณ์ภายนอกต่างหากเล่า”

“รูปลักษณ์ภายนอก?”

“ซาร่า ตอนตรวจร่างกายผลวัดสายตาออกมาไม่ดีรึเปล่า?”

“เปล่าสักหน่อย”

“แต่ว่ารูปลักษณ์ฉันออกจะจืดชืดไม่ใช่เหรอ?”

“ก็เพราะการแต่งตัวไม่ใช่หรือไง?”

แต่ถ้าฉันแต่งให้เปล่งประกาย ฉันก็จะกลายเป็นจุดสนใจน่ะสิ

คาเอเดะที่แสนจะธรรมดาแปลงโฉมเป็นหัวหน้าห้องสุดเจิด!

…ไม่ว่าจะคิดยังไง ขืนทำแบบนั้นฉันก็เด่นขึ้นมาอยู่ดี

และผลลัพธ์ของมันก็จะตรงข้ามกับที่ฉันต้องการ

“..เฮ้อ”

“ฉันขอตัวไปอาบน้ำก่อนก็แล้วกัน”

“ซาร่าเข้านอนก่อนได้เลยนะ”

“อื้อ อื้อ ไม่ล่ะ จะรอน่ะ”

“เอ๋? แต่ว่านี่ดึกแล้วนะ”

ท่าทางของซาร่าดูงัวเงีย

“ก็อยากจะนอนพร้อมๆกับคาเอเดะจังนี่นา~”

คาเอเดะให้ซาร่านอนก่อนเลย ส่วนซาร่าก็ยืนยันว่าจะรอท่าเดียว พอเห็นแบบนั้นคาเอเดะก็เลยตามใจแล้วไปอาบน้ำ แต่พอกลับมาซาร่าหลับปุ๋ยไปซะแล้ว

“เฮ้อ ไม่ไหวเลยน้า”

“คาเอเดะจัง…

“ทะ-ทำให้ตื่นงั้นเหรอ?”

คาเอเดะตกใจ แต่ซาร่านั้นแค่ละเมอ

“ดังโงะอาหย่อยจางเลยน้า… งึมงัมๆ” 

“คิก..”

.

.

วันถัดมา ทั้งสองคนไปหาที่นั่งทานข้าวกันที่สวน

“ตรงนี้ดีจังเลยน้า ไม่ค่อยมีคนผ่านมาด้วย”

“อื้อ มันเป็นที่ที่ไม่มีใครรู้จักน่ะ”

“ได้มาทานอะไรในที่แบบนี้กับคาเอเดะจังเหมือนฝันไปเลยน้า~

“คิก.. ซาร่าก็พูดเกินไปน่า

ส่วนนี้ของโรงเรียนเป็นส่วนที่ฉันชอบมานั่งทานข้าวกล่องหรือไม่ก็อ่านหนังสือเงียบๆคนเดียว

เพราะทั้งบรรยากาศดี แถมไม่มีใครผ่านไปผ่านมาด้วย

พวกเราเปิดกล่องข้าว …ของซาร่ามีแค่น้ำกับวิตามินเสริมอาหาร

คาเอเดะถามว่าแค่นั้นอิ่มเหรอ ซาบอกว่าไม่อิ่มหรอก แต่ก็ดีกว่าไม่กินอะไรเลย พอถามว่าไดเอ็ทเหรอ ซาร่าก็บอกว่าต้องรักษาหุ่น ไปๆมาๆเลยคุยเรื่องรักษาหุ่นกัน

 photo 04-3-3.jpg

ซาร่าบอกว่ากินคาร์โบไฮเดรทมาก ไปจะทำให้อ้วนนะ คาเอเดะเลยชะงักแล้วเริ่มกังวล ซาร่าบอกกินเถอะ ที่เป็นแบบนี้เพราะซาร่าจำเป็นต้องทำต่างหาก พอพูดถึงเรื่องงานซาร่า คาเอเดะก็ชมซาร่า เจ้าตัวก็ดีใจอกดีใจยกใหญ่ที่โดนชม

คาเอเดะชื่นชมซาร่าอยู่ในใจ แล้วอยู่ๆก็วกมาเรื่องเอ็จจิ…..

“ทำไมซาร่าถึงดูเชี่ยวชาญ เรื่องอย่างว่าได้ล่ะ?”

“อ๋าา คาเอเดะจังพูดว่าเรื่องอย่างว่าล่ะ!”

“อะ-อื้อ ฉันแค่สงสัยน่ะ แล้วก็..”

“หุหุ อยากรู้เหรอ…”

“เพราะว่ารักไงล่ะ ถึงได้ทำน่ะ!” (คนแปล: เหวอ..)

“ซาร่า อย่าเสียงดังสิ!”

“อยากตะโกนให้คนอื่นรู้ให้หมดเลยล่ะ”

“มะ-ไม่ต้องก็ได้”

ซาร่าดูท่าทางจริงจัง

คาเอเดะฟุ้งซ่านไปต่างๆนาๆ ว่าทำไมซาร่าดูเชี่ยวชาญนัก มีทั้งที่คิดว่า “หรือว่าเธอจะเคยมีประสบการณ์มาก่อน!” ด้วย (โถหล่อน) แล้วคาเอเดะก็พยายามนึกว่าเมื่อคืนซาร่าพูดอะไรไว้บ้างรึเปล่า

“คาเอเดะจัง”

“เอ๊ะ”

แต่ก่อนที่จะนึกอะไรออก ก็โดนซาร่าจับมือเอาไว้เสียก่อน

“ซาร่าก็อยากสัมผัสความรักของคาเอเดะจังเหมือนกันนะ!”

“เ—-อ๋?”

เอ๋? อะไรนะ ข้ามๆ บาย~

 .

จะมีใครเห็นรึเปล่านะ..

“นี่ ช่วยเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับได้มั้ย”

“อื้อ!

 .

 .

พอถึงเวลาเลิกเรียน ทั้งคู่ก็กลับบ้านด้วยกัน

ตอนนี้ฉันรู้สึกค่อนข้าง— ไม่สิ หนักอึ้ง

“เฮ้อ..

คาเอเดะกลุ้มใจที่ตัวทำแบบนั้นกับซาร่าอีกแล้ว แถมยังเป็นเรื่องที่ไปปรึกษาใครไม่ได้อีกด้วย ส่วนซาร่าก็ชวนคุยเรื่องตอนเที่ยงเหมือนคุยเรื่องทั่วไป (นี่เธอ..) แล้วก็เข้ามานัวเนีย

อย่าทำสีหน้าแบบนั้นสิ

แล้วไหงพวกเราถึงได้มาควงกันแบบนี้ล่ะ

ถ้าฉันได้ควงกับซาร่าผู้แสนจะโด่งดัง ต้องมีสายตาอิจฉาคอยเสียดแทงมาแน่~

กรุณาปล่อยมือจากฉันเถอะ

“ฮาเนี้ยว~ คาเอเดะจังง

“….”

นะ-น่ารัก..!

ปัญหาไม่ได้อยู่โดนควงอย่างไม่เต็มใจ

แต่อยู่ตรงที่เรามีอะไรกัน… แต่ว่า..

ยิ่งไปกว่านั้นคือเรื่องที่ฉันกำลังกลายเป็นจุดสนใจต่างหาก

“ทำไมถึงดูช็อคแบบนั้นล่ะ?”

“…ไม่มีอะไรหรอก”

“จริงนะ?”

ก็มี แต่ก็ไม่เชิง

แล้วก็ไม่ใช่ความผิดของซาร่าด้วย

“ตายจริง..?”

“อ๊ะ ยูนะซัง…!”

“สวัสดีจ้ะ คาเอเดะซัง”

“ว้าว เป็นคนที่สวยจัง”

 photo 04-04.jpg

“เอ่อ คนรู้จักของคาเอเดะจังเหรอคะ?”

“จ้ะ คิตาจิม่าซังเป็นคนที่ดังมากเลยนะ”

“ฉันน่ะนะ…?”

“ไม่มีหัวหน้าห้องคนไหนที่เป็นที่รักได้เท่าเธอแล้วล่ะ”

“ได้เป็นหัวหน้าห้องสองปีซ้อน ไม่ได้เป็นกันได้ง่ายๆเลยนะ”

“แถมยังเป็นคนสวยมากอีกด้วย”

“ยอดเลย.. คนๆนี้เห็นข้อดีของคาเอเดะจังด้วย

“ซาร่า อย่าเรียกรุ่นพี่ว่า คนๆนี้สิ”

“อ๊ะ ขอโทษค่ะ”

ผู้หญิงคนนี้เรียนชั้นเดียวกับฉัน มัตสึบาระ ยูนะซัง

เป็นกุลสตรีที่ฉลาดเฉลียว

และในความคิดของฉันแล้ว คำว่า “กุลสตรี” ก็เป็นอะไรที่เหมาะกับเธอดี

แถมยังเป็นที่ชื่นชอบของใครหลายคนด้วย

“คิตาจิม่า ซาร่า ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”

“ยินดีที่ได้รู้จัก น่ารักเหมือนที่เขาลือกันเลยนะ”

“ขอบคุณค่ะ”

“…”

คาเอเดะชื่นชมว่าเจอยูนะครั้งแรกยังดูเป็นกันเองได้ ซาร่านี่สุดยอดไปเลยนะ ตอนคาเอเดะคุยกับยูนะครั้งแรกยังไม่กล้ามองตรงๆเลย (ซาร่าน่ะปกตินะ เธอนั่นแหละที่ประหม่าเกิน..)

…อ๊ะ?

เดี๋ยวสิ ตอนนี้ฉันกับซาร่ายังควงแขนกันอยู่เลยนี่นา!

“อ่า เอ่อ นี่ไม่ใช่อย่างที่คิดนะ”

“นี่..?”

“ก็แค่คว งแขน ไม่ได้มีความหมายอะไรพิเศษหรอกนะ” (คาเอเดะร้อนตัวนะ..)

ยูนะเบิกตากว้างนิดๆ กับปฏิกิริยาของคาเอเดะ

“เนอะ ซาร่า”

“หืม? พวกเรามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันเลยล่ะ”

“ซาร่า~~!!”

“ซาร่ากับคาเอเดะจังน่ะ เป็นคู่ข้าวใหม่ปลามันแหละ~

“เอ๋…?!”

คาเอเดะเหวอรับประทาน แล้วทวงถามซาร่าถึงสัญญาเมื่อตอนเที่ยงว่าให้เก็บเป็นความลับ

“ซาร่า แล้วที่เราสัญญากันล่ะ..?”

ฉันถามซาร่าด้วยน้ำเสียงที่เหมือนจะร้องไห้

“สัญญา?”

“ที่จะเก็บเป็นความลับ..”

“ซาร่ายังไม่ได้พูดเรื่องเมื่อตอนเที่ยงเลยนี่”

“อึก จริงอยู่ แต่ว่า..”

ก็ถูก แต่ก็ไม่ถูกอยู่ดี

ซาร่าเข้าใจผิดว่าสัญญาที่จะเก็บเป็นความลับนั้นแค่เรื่องที่ไม่ให้พูดเรื่องที่มีอะไรกัน แต่ไม่รวมถึงเรื่องอื่น บาย ไว้อาลัยคาเอเดะ แล้วคาเอเดะก็กลุ้มใจ(อีกแล้ว) แต่ยูนะดันถูกใจ บอกว่าช่างเป็นความสัมพันธ์ที่วิเศษอะไรอย่างงี้…

“ฉันจะคอยเอาใจช่วยคาเอเดะซังกับซาร่าจังนะ”"

หาาาาาาาาา?!

“การได้มาพบคนที่เรารักในโรงเรียนแบบนี้มันเป็นเรื่องที่สุดยอดไปเลยเนอะ”

“ใช่ค่ะ! เห็นด้วยจากก้นบึ้งของหัวใจเลยล่ะ!”

ยูนะกับซาร่าเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย…

“ถ้ามีปัญหาอะไรก็มาปรึกษาฉันได้นะ”

“จะดีเหรอคะ?”

“แน่นอนจ้ะ”

“อุหวา~ ขอบคุณมากเลยนะคะ!”

“หุหุหุ~”

มะ-ไม่อยากจะเชื่อเลยว่ายูนะซังจะพูดอะไรแบบนั้นออกมา! (เชื่อซะ)

แล้วซาร่าก็เปิดใจมากขึ้นด้วย

ยูนะกับซาร่าก็ยังคุยกันต่อไป ส่วนคาเอเดะเข้าไม่ถึงบทสนทนา.. คุยไปคุยมายูนะก็เสนอให้ซาร่าเรียกคาเอเดะว่า “โอเน่ซามะ(ท่านพี่)” (เดี๋ยวนะหล่อน..) แล้วซาร่าก็หันมาถามความเห็นคาเอเดะ จะมีให้เลือกตอบ ตอบข้อแรกไป ว่า “อยากเรียกอะไรก็แล้วแต่เธอก็แล้วกัน” เพราะถึงอยากปฏิเสธแต่ก็ปฏิเสธซาร่าไม่ลงอยู่ดี  

*ในเกมภาคแรกนั้นยูนะให้นานามิเรียกตัวเองว่าโอเน่ซามะค่ะ

“เป็นโอเน่ซามะที่วิเศษไปเลยน้า

ยูนะซังยิ้มอย่างสง่างาม

โดยไม่รู้ว่าฉันรู้สึกยังไง.. ฮึก

ซาร่าเลยบอกว่าเรียกคาเอเดะจังต่อไปน่ะดีแล้ว ยูนะแปลกใจนิดๆ ซาร่าเลยบอกว่าเพราะคาเอเดะจังเป็นเจ้าชายไงล่ะ

“เจ้าชายเหรอ? หมายความว่ายังไงน่ะ”

“เจ้าชายก็คือเจ้าชายไงล่ะ

นั่นไม่มีคำตอบซะหน่อย..

ที่บอกว่าเจ้าชายน่ะหมายความว่ายังไงกัน!?

ช่วยอธิบายให้ฉันเข้าใจหน่อยสิ!

ยูนะเศร้าที่ซาร่าไม่ทำตาม ซาร่าบอกว่าไม่หรอก การที่เรียกใครสักคนแบบนั้นเป็นเรื่องที่วิเศษมากเลยแต่ความสัมพันธ์ของทั้ง คู่ไม่ใช่แบบนั้น ส่วนคาเอเดะก็คิดไม่ตก “ซาร่าคิดว่าฉันเป็นเจ้าชายของเธอมาตลอดเลยเหรอ?”

“รุ่นพี่ยูนะ ความรักนี่วิเศษไปเลยเนอะ”

“ใช่แล้วล่ะค่ะ!”

นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาคุยเรื่องรักกันซะหน่อย

คาเอเดะยังคาใจกับคำว่าเจ้าชายอยู่ อยากจะถามซาร่าแต่ก็พูดไม่ออก

ซาร่ายิ้มกว้าง ดูเป็นรอยยิ้มที่วิเศษกว่าที่เห็นบนปกนิตยสารเมื่อวานซะอีก

“เธอดูมีความสุขเวลาพูดถึงคาเอเดะซังนะ ซาร่าจัง”

“แฮะๆ”

“ฉันชักอิจฉาคาเอเดะซังแล้วสิที่มีน้องสาวน่ารักๆแบบนี้”

“นะ-นั่นมันก็..

คาเอเดะเห็นด้วยนิดๆที่ซาร่าดูมีความ สุขเวลาคิดถึงตัวเอง แล้วก็กังวลต่างๆนาๆเกี่ยวกับซาร่า ทั้งเรื่องที่ตัวเองได้เป็นคนสำคัญของอีกฝ่าย แล้วก็ไม่รู้จะใช้วิธีไหนตอบรับความรู้สึกของซาร่าเพราะตัวเองไม่เคยมีความ รักมาก่อน.. แล้วพวกเธอก็แยกย้ายกัน

เขาว่ากันว่า คนที่มีความรักนั้น แค่เห็นหน้าอีกฝ่ายก็ใจเต้นแรงแล้ว

สำหรับฉันแล้ว ซาร่าเป็นเหมือนน้องสาวที่อยากปกป้องเสมอ

ฉันคิดว่ามันออกจะต่างกันอยู่หน่อยๆ

ยังไงก็เถอะ

ซาร่าก็เป็นคนสำคัญสำหรับฉันอยู่ดี

แล้วฉันก็มั่นใจด้วยว่าไม่มีใครบนโลกที่จะมาแทนที่เธอได้

TO BE CONTINUE PART5..