Watashi no Ouji-sama

- part 4-

ตัวอักษรสีม่วง คือคำพูดของคาเอเดะ

ตัวอักษรสีน้ำตาล คือคำพูดของซาร่า

ตัวอักษรสีส้ม คือคำพูดของยูนะ

ตัวเอียง คือสรุปเหตุการณ์คร่าวๆ

หมายเหตุ

อาจจะไม่ได้สปอยล์แบบแปลออกมาตรงเป๊ะแบบถอดทุกคำพูดนะคะ

อาจมีตัดบ้าง เติมบ้าง เพื่อความเหมาะสมและเพิ่มอรรถรสของเกม

อีกอย่างเราก็ไม่ใช่คนเก่งกาจอะไร ผิดพลาดตรงไหนขออภัยมา ณ ที่นี้ค่ะ

แล้วก็ขอบคุณที่ติดตามนะคะ  x ‘ v ‘ x

.

.

พอถึงเวลาที่ต้องกลับบ้าน ฉันก็รู้สึกเหนื่อยใจเป็นพิเศษ

ฉันก้าวเท้าเดินไปข้างหน้าอย่างอ่อนแรง

ส่วนซาร่าก็ควงแขนอย่างเหม่อลอย

“แล้วเมื่อไหร่คาเอเดะจังจะพาซาร่าไปเดินชมโรงเรียนล่ะ?”

ถึงจะออกมาจากโรงเรียนมาแล้ว

แต่ดูท่าแล้วซาร่าก็ยังไม่ลืมเรื่องพวกนั้นอยู่ดี

“คิดว่าอาจจะอีกประมาณครึ่งปีน่ะนะ”

“จริงเหรอ? อีกนานเลยนา”

“ด้วยสภาพแบบนั้น ฉันคงพาพาเธอไปดูอะไรไม่ได้หรอกนะ”

“คาเอเดะจังไม่ชอบให้ตัวเองเป็นจุดสนใจเหรอ? ไม่ต้องไปใส่ใจก็ได้น่า”

“ไม่ได้หรอก”

“อึก ตอบเร็วจัง”

ไม่ใช่ทุกคนที่สักหน่อยที่จะเป็นแบบซาร่าได้

ฉันน่ะนะ แค่ต้องเข้าไปคุยกับคนอื่นก็อึดอัดแล้ว

“งั้นอยู่กับคาเอเดะจังแบบนี้ต่อก็แล้วกันน้า”

อยากทำอะไรก็ตามใจเถอะ

ฉันถอนหายใจแล้วเดินต่อ

“นี่ๆ รู้มั้ยว่าตอนนี้ซาร่าคิดอะไรอยู่?”

“หือ? มะ-ไม่รู้สิ..

“เดาสิ”

..คาเอเดะจังใจแคบจังน้า? อะไรงี้รึเปล่านะ”

“ไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นสักหน่อย”

“งั้นฉันก็ไม่รู้หรอก”

“ซาร่ากำลังคิดว่าพวกเราเหมือนคู่สามีภรรยาที่เพิ่งแต่งงานกันเลยต่างหาก”

!!

มันไม่มีทางเป็นแบบนั้นอยู่แล้วล่ะ!

ความคิดประหลาดแบบนั้นมาจากไหนกันนะ

เพราะว่าพวกเราอยู่ด้วยกัน?

เพราะพวกเรากำลังควงแขนกันอยู่แบบนี้?

หรือเป็นเพราะที่พวกเราจูบกัน?

จูบ…

อ่าา จูบแรกของฉันนน (คนแปล: หล่อนพะวงถึงจูบแรกที่เสียไปอย่างเดียวเรอะ)

“ซะ-ซาร่า..

“แฮะๆ

ดูเหมือนว่าไม่ว่าฉันจะถามอะไร

รอยยิ้มบนใบหน้าก็ไม่มีทางเลือนหายไป

“ซาร่า

“ทำไมถึงได้รักฉันขนาดนั้นล่ะ?”

“ก็เพราะว่า..  เป็นคาเอเดะจังน่ะสิ”

“นั่นไม่ใช่คำตอบซะหน่อย”

“งั้นเหรอ?”

“ก็นะ ตอนพวกเด็กๆ คาเอเดะจังปกป้องซาร่าจากคนที่เข้ามาแกล้งด้วยล่ะ จำได้มั้ย?”

“อะไรนะ..?”

มีเรื่องแบบนั้นเคยเกิดขึ้นด้วยเหรอ?

“ตอนเชือกรองเท้าโดนผูกติดกันจนหกล้ม..

“ตอนที่มีใครสักคนแกล้งเขียนแก้มซาร่าตอนที่กำลังหลับอยู่..

“ตอนที่เต้นตามที่อาจารย์สอนไม่ได้สักที

“คาเอเดะจังก็มาช่วยซาร่าทุ~กครั้งเลย”

งะ-งั้นเหรอ?

“ตอนที่มีคนมาแกล้งผูกเชือกรองเท้าของซาร่าน่ะนะ..

“คาเอเดะจังก็เอากาวไปใส่ในรองเท้าของเด็กคนนั้นจนเท้าติดหนึบอยู่กับรองเท้าเลยล่ะเนอะ?”

ฉะ-ฉันเคยทำเรื่องเลวร้ายพรรค์นั้นด้วยเหรอ?

“แล้วคนที่แกล้งเขียนหน้าซาร่านั่นน่ะ คาเอเดะจังก็เอาหมึกกับพู่กันไล่ตามเด็กคนนั้นไปถึงบ้านแล้วก็..

“เขียนเสื้อเขาจนเละเทะไปหมด”

(แต่ละสิ่ง…)

ละ-แล้วฉันยังเคยทำอะไรโหดร้ายแบบนั้นด้วยเหรอ?

“ตอนที่ซาร่าเต้นไม่ได้สักที แล้วนั่งร้องไห้อยู่ในห้องดนตรี คาเอเดะจังก็มาหาซาร่าที่ห้อง แล้วก็..

“พาซาร่าขึ้นไปบนเวทีแล้วเป็นคู่ซ้อมให้ด้วยล่ะ~

“คาเอเดะจัง เท่สุดๆไปเลยน้า~

ฉันจำอะไรพวกนั้นไม่เห็นได้เลย

ไม่นึกเลยว่าคนที่พยายามหลีกเลี่ยงการเป็นจุดสนใจอย่างฉัน

จะทำอะไรพวกนั้น อย่างการทำตัวเท่ปกป้องซาร่าได้

ความจำซาร่าต้องผิดปกติตรงไหนสักแห่งแน่

แล้วคาเอเดะก็กังวลไปอีกสารพัดสิ่ง

“ตั้งแต่ตอนนั้น ซาร่าก็ตัดสินใจแล้วว่าจะเป็นเจ้าสาวของคาเอเดะจังล่ะ”

“เอ๋?”

“ถ้าพวกเราได้ใส่ชุดแต่งงานด้วยกันมันต้องสุดยอดไปเลยเนอะ”

“อะ..อื้อ

เจอประโยคนั้นเข้าไป คาเอเดะกังวลหนักเลย

โถคาเอเดะ..

“คาเอเดะจังไม่รักซาร่าเหรอ?”

อึก—

“หรือว่าซาร่าจะเป็นเจ้าสาวให้คาเอเดะจังไม่ได้?”

“ทั้งๆที่ซาร่ารักคาเอเดะจังขนาดนี้.. งึมงึม”

“ซะ.. ซาร่า”

อย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้นสิ~

“แล้วคิดยังไงกับซาร่าเหรอ?”

“นั่นมันก็

“กะแล้วเชียว เกลียดซาร่าจริงๆด้วย!

“ไม่จริงน่า ฉันรักเธอจะตายไป”

“เย้!

“หวา!

บ้าจริงงง

ฉันพลาดแล้ว~

 photo 01-10.png

“เฮ้อ

แล้วคาเอเดะก็คร่ำครวญถึงความพลาดของ ตัวเองไปตลอดทาง ว่ารู้สึกว่าพอเป็นซาร่าแล้วรู้สึกอยากปกป้องจนต้องใจอ่อนให้ทุกที (คนแปล: คาเอเดะตลก www)

 .

 .

ก่อนเข้านอน ฉันนั่งอ่านนิตยสารที่เพิ่งซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อ

เป็นนิตยสารที่มีซาร่าขึ้นปก

แถมยังได้ได้ลงในเล่มอีกตั้งหลายหน้า

ทั้งน่ารักและยังเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มที่น่าเอ็นดู

ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมใครๆต่างก็หลงรักเธอ

แต่ว่าเพราะเธอเป็นซาร่าใช่มั้ยล่ะ?

ฉันไม่มีทางที่จะเป็นแบบซาร่าได้

ถึงจะไม่ใช่เรื่องที่ฉันสนใจ แต่มันก็ช่วยตอกย้ำให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างฉันกับซาร่า

เธอเป็นนางแบบที่เจิดจรัส ในขณะที่ฉันเป็นหัวหน้าห้องผู้แสนจะธรรมดา

สิ่งที่เชื่อมโยงพวกเราเข้าหากันมีเพียงความเป็นญาติ

และความทรงจำวัยเด็กที่มีร่วมกันจนทำให้เธอคิดถึงฉันเท่านั้น

ราวกับว่าซาร่าเป็นเหมือนตัวแทนของเด็กสาวผู้มีความทะเยอะทะยาน

น่ารัก เข้าสังคมเก่ง และเป็นที่ชื่นชอบของผู้คน

“อดชื่นชมไม่ได้เลยน้า….

ฉันกอดนิตยสารไว้แล้วพึมพำกับตัวเอง

ถึงจะมีความเป็นไปได้ที่ฉันจะคาเอเดะจังในความทรงจำของซาร่าก็ตาม

แต่ฉันก็ยังอึดอัดอยู่ดีที่จะไปยืนพูดต่อหน้าผู้คนอยู่ดี

คนอย่างฉัน..

“อ๊ะ”

ฉันมองตัวเองในแง่ลบอีกแล้ว!

“เฮ้อ..

ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้นะ?

ถ้าฉันยังเป็นแบบนี้ต่อไป ไม่ว่ายังไงก็ต้องมีปัญหามาให้เผชิญแน่

เสียงเคาะประตู ก๊อกก๊อกก๊อก

 photo 04-1-1.jpg

“หวา–!!

“คาเอเดะจัง ขอเข้าไปได้มั้ย?”

“ปะ-แป๊บหนึ่งนะ!

ฉันรู้สึกตื่นตระหนกก่อนจะเอานิตยสารไปแอบไว้ใต้เตียง

ไหงฉันถึงได้ทำเหมือนกำลังซ่อนหนังสือลามกอยู่เลยล่ะนั่น

“เชิญจ้ะ”

พอพูดจบ ประตูก็เปิดออก

“ทำอะไรอยู่เหรอ?”

“เอ๊ะ? อืมม.. ก็ไม่ได้ทำอะไรเป็นพิเศษนะ ก็..

ฉันรู้สึกกลัดกลุ้มกับคำอธิบายที่ไม่ได้เรื่องของตัวเอง

มันยิ่งทำให้ทุกอย่างดูน่าสงสัยเข้าไปใหญ่

ไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมถึงพูดอะไรให้มันฟังดูโอเคกว่านี้ไม่ได้

“มะ-ไม่ไม่ต้องสนใจหรอก ว่าแต่มีอะไรรึเปล่าน่ะ?”

“อ่า อืมมม..

“มีบทเรียนตรงไหนที่ไม่เข้าใจรึเปล่า?”

“ไม่มีตรงไหนที่น่าเป็นห่วงหรอกน่า”

ใบหน้าของซาร่าเริ่มแดงระเรื่อ และอยู่ไม่สุข

“??”

“เอ่อ.. ซาร่าขอนอนกับคาเอเดะจังได้มั้ย?”

ถามแบบนั้นด้วยแววตาเว้าวอนมันทำให้เธอดูน่ารักและทำให้รู้สึกอึดอัดอยู่ในอก

“คิก..

“เห?”

“พูดอะไรแบบนั้นล่ะ ไม่สมเป็นเธอเลยนะ”

“เอ๋?”

“ปกติถ้าเธออยากทำฉันห้ามซาร่าได้ที่ไหนล่ะ”

“อ่า.. แฮะๆ”

“ยินดีต้อนรับจ้ะ เชิญตามสบายนะ”

“เย้”

 photo 04-2-1.jpg

ซาร่ากระโจนเข้ามาตรงพื้นที่ว่างข้างอยู่ข้างๆฉันที่กำลังนั่งอยู่บนเตียง

เตียงที่เล็กอยู่แล้วยิ่งแคบเข้าไปใหญ่

“แฮะๆๆ คาเอเดะจัง..

เธอเรียกชื่อของฉันด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน

“มะ-มีอะไรเหรอ?”

“เตียงของคาเอเดะจังล่ะ”

“อะ-อื้อ”

เมื่อซาร่าขยับตัวไปมา มันก็ยิ่งดูแคบขึ้น

พอฉันจะมองซาร่าก็อยู่ในระยะประชิดเสียแล้ว

แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นหรอกนะ~~

“คาเอเดะจัง..

“หืม?”

“ตอนซาร่าย้ายไปที่อื่น คาเอเดะจังเหงาบ้างรึเปล่า?”

“ทำไมถึงถามอะไรแบบนั้นล่ะ”

“เพราะว่าหลังจากที่ซาร่าย้ายไป พวกเราก็ไม่ได้ติดต่อกันเลยน่ะสิ..

“ซาร่าก็เลยอยากรู้ว่าคาเอเดะจังรู้สึกยังไง”

“งั้นเหรอ..

“ฉันเหงามากเลยล่ะ”

“เหงาแค่ไหนเหรอ?”

“ก็มากซะจนเอาน้ำตามาเติมให้เต็มอ่างอาบน้ำได้เลยล่ะ”

“โกหกน่า~

“ถึงจะฟังดูไม่น่าเชื่อแต่เป็นเรื่องจริงนะ”

“ก็น่าจะติดต่อกันมาบ้างนี่นา ฮึก”

“ก็เพราะไม่รู้ที่อยู่น่ะสิ”

“เอ๊ะ?”

“ก็เลยไม่รู้ว่าจะติดต่อเธอยังไงน่ะ”

“ปะ-เป็นแบบนั้นหรอกเหรอ?”

“คาเอเดะจังพยายามที่จะติดต่อซาร่า..

ดวงตาของซาร่ารื่นไปด้วยหยาดน้ำตา

“ยัยบ๊อง มันก็ต้องแน่อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?”

“อื้อ

“อย่าร้องไห้สิ เดี๋ยวไม่น่ารักหรอก”

“ถะ-ถึงจะร้องไห้ซาร่าก็น่ารักอยู่แล้วล่ะ” (ใช่ๆ!)

“อื้อ! ฮุฮุฮุ~

“ถ้าคาเอเดะจังบอกว่าไม่ต้องร้อง ซาร่าก็จะไม่ร้องล่ะ”

“เมื่อก่อนเธอก็ชอบพูดอะไรทำนองนั้นแต่ก็ยังยังร้องไห้อยู่ดีนะ”

“นะ-นั่นเป็นเพราะว่าตอนนั้นซาร่ายังเป็นเด็กอยู่ต่างหากล่ะ”

“อาจจะเป็นอย่างนั้นแหละนะ ฮุฮุ~

เห็นซาร่าเป็นแบบนี้ จากที่เฟลๆคาเอเดะก็อารมณ์ดีขึ้นนิดๆ

“นี่ แล้วซาร่าล่ะ?”

“ตอนนั้นเหงาแค่ไหนเหรอ?”

“ซาร่า…  เหงาจนบรรยายอกมาเป็นคำพูดไม่ถูกเลยล่ะ”

“ก็ซาร่าน่ะ มีคาเอเดะจังคอยช่วยอยู่ตลอดนี่นา..

“งั้นเหรอ”

“ตอนที่ไปเรียนที่อื่น ซาร่าไม่รู้ว่าจะทำยังไงเลยล่ะ”

เท่าที่รู้จักเธอในตอนนั้นก็พอจะนึกภาพออกได้ไม่ยาก

คนที่เธอคอยพึ่งพาอยู่เสมอหายไป

แล้วซาร่าที่ไม่รู้จะไปทางไหนก็เริ่มร้องไห้ออกมา

อยากรู้จังว่าวันเวลาแบบนั้นเธอผ่านพ้นมันไปได้ยังไง

“ทำไมฉันถึงไม่รู้ตัวเลยนะ”

“เห? รู้ต