[GEE] North Side’s Mission [C.1]

posted on 09 Sep 2013 21:47 by slotto in COMMU

North Side’s Mission

- 1 -

 

"ไม่เบาเหมือนกันนี่.."

 

 

เจ้าของร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตบหลังของกริมเข้าฉาดใหญ่ จนร่างของเขาแทบเสียหลักตกจากเก้าอี้  ทรงผมที่เคยเป็นเอกลักษณ์บัดนี้ถูกคลายออก กลายเป็นรวบเอาไว้เฉยๆจนจำแทบไม่ได้ ย้อนกลับไปเมื่อหลายชั่วโมงก่อน เขาโดนบรรดาเพื่อนร่วมสถานีหัวเราะใส่จนตัวงอ จนเขาทนไม่ไหว คว้าขวดเหล้าใกล้ตัวปาใส่จนข้าวของล้มระเนระนาดไปหมด

 

 

"ได้ข่าวว่าพวกแกจัดการไอ้พวกตำรวจซะหมอบเลยใช่มั้ย? เจ๋งว่ะ! บอสต้องชอบแกแน่ๆ ฮะฮะฮ่า!"

 

 

กริมเกือบจะหลุดปากออกไปว่า 'ใช่ ข้านี่แหละเจ๋งที่สุดในนอร์ทไซด์' แต่โดนสแกร์โครวที่ยืนอยู่ข้างๆเอาข้อศอกกระทุ้งไว้ก่อน ตำรวจงั้นเหรอ? ความจริงพวกเขาก็แค่จับไอ้พวกหัวขโมยที่พยายามจะขโมยจ่าเฉยมาอัดให้น่วมแล้ว ใส่เครื่องแบบตำรวจไว้ต่างหาก..

 

 

อ๋อ ให้กินยาบิดเบือนความจำระยะสั้นด้วย

 

 

ราคาแพงไม่ใช่เล่นเลย…

 

 

"เข้าเรื่องเลยก็แล้วกัน..” ผู้ชายคนนั้นหรี่ตาลงเล็กน้อย อัดควันจากบุหรี่เข้าปอด “พวกแกสนใจจะเข้าร่วมกับพวกเรามั้ย?"

 

 

กริมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ไม่นึกเลยว่าเป้าหมายจะมาติดกับเร็วขนาดนี้ รู้งี้ทำอย่างงี้แต่แรกซะก็สิ้นเรื่อง เสียเวลาไปถามใครต่อใครทั่วนอทร์ดไซด์อยู่ตั้งหลายวัน เข้าบาร์นั้น ออกบาร์นี้ บางวันถึงขึ้นลงทุนบุกไปหาข่าวถึงในตลาดมืด..

 

 

เหยื่อมาอยู่ตรงหน้า ไม่ตะครุบไว้ก็บ้าแล้ว…

 

 

"ไม่ล่ะ"

 

 

ยังพูดไม่ทันที่จะได้ตอบอะไรออกไปก็โดนสแกร์โครวพูดแทรกขึ้นเสียก่อน ชายคนนั้นเลิกคิ้ว ความเสียดายปรากฏออกมาทางสีหน้าอย่างปิดไม่มิด

 

 

"เฮ้..”

 

 

"ข้ายังไม่รู้เลยว่าไอ้ 'เข้าร่วม' ที่ เจ้าพูดถึงน่ะหมายถึงเข้าร่วมอะไร" สแกร์โครวว่าพลางยักไหล่ ดวงตาสีเขียวภายใต้กรอบแว่นไม่สนใจท่าทีหัวเสียของกริมเลยแม้แต่น้อย "..ถ้าเกิดตกลงขึ้นมาแล้วเจ้าพาพวกข้าไปขายที่ตลาดมืดขึ้นมาล่ะแย่เลย"

 

 

"อืม.. ที่เจ้าพูดก็ดูมีเหตุผลเหมือนกัน" ชายคนนั้นพยักหน้า ก่อนจะหันไปรับขวดเหล้าจากบริกรมา ใช้มือหยาบบิดปากขวดจนแตก ของเหลวภายในหกกระจายออกมาเต็มพื้น เขารินมันลงไปในแก้วเปล่าทั้งสามใบ ก่อนจะส่งมันให้กริมกับสแกร์โครว “ลองมาเป็นผู้ติดตามข้าดูก่อนแล้วค่อยตัดสินใจก็ได้”

 

 

 

 

 

ย้อนกลับไปหลายวันก่อนบรรดาตำรวจจะตกลงกันว่าจะแยกทีมกันไปตามสืบเรื่อง ที่เกิดขึ้น สแกร์โครวไปกับกริม เฟรมเม่ไปกับคาร์โล ส่วนกวินทร์นั่งเฝ้าสถานีตำรวจอยู่ๆกับจ่าเฉยเผื่อคนอื่นจะได้ไม่สงสัยว่า พวกเขากำลังทำ 'ภารกิจ' อะไรบางอย่างอยู่..

 

 

ฉึก!

 

 

มีดเล่มเล็กพุ่งฝ่าอากาศปักลงไปบนเนื้อไม้เหนือศีรษะของชายคนหนึ่งอย่าง แม่นยำ เจ้าของดวงตาสีแดงเอามือล้วงกระเป๋าด้วยท่าทีเบื่อหน่าย มองร่างของโจรกระจอกที่โดนมัดติดกับโคนต้นไม้ ใบหน้าที่โดนทำร้ายบวมช้ำจนเป็นสีม่วง เลือดที่ไหลออกจากบาดแผลตรงศีรษะแห้งเกรอะกรัง


"เมื่อไหร่จะออกมากันนะ.." เฟรมเม่พึมพำกับตัวเอง ปามีดอีกเล่มพุ่งออกไปปักเฉียดใบหูของอีกฝ่ายไม่กี่เซนติเมตร และก่อนที่มีดอีกเล่มจะถูกปาออกไป เสียงพุ่มไม้ไหวก็ดังขึ้นเรียกให้เขาหันกลับไปมอง กลุ่มอันธพาลกว่าสิบคนกำลังใกล้เข้ามา หนึ่งในนั้นมีคนที่เขากับคาร์โลช่วยกันรุมกระทืบไปเมื่อชั่วโมงก่อน ใบหน้าของเขาบวมปูดจนจำเค้าเดิมแทบไม่ได้

 


"...ไอ้เปี๊ยกเนี่ยนะที่อัดแกซะยับเยิน?" ชายหนุ่มร่างสูงที่สวมผ้าปิดตาข้างหนึ่งตะคอกเสียงดัง ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ เขาคว้าคอพรรคพวกที่โดนทำร้ายของตัวเองเอาไว้ ยกจนลอยขึ้นเหนือพื้นดิน “ไอ้สวะเอ๊ย! แกกำลังทำให้ท่านผู้นั้นขายขี้หน้า!”

 


"อะไรเนี่ย.."

 


เฟรมเม่เลิกคิ้ว มองร่างที่กำลังทุรนทุรายด้วยความทรมานด้วยสีหน้าหน่ายๆ ร่างนั่นถูกเหวี่ยงไปกระแทกต้นไม้ด้านหลังอย่างไม่ใยดี ..นี่คิดจะมาเชือดไก่ด้วยลิงดูหรือไง?

 

 

เมื่อจัดการคนที่ถูกเรียกว่า ‘สวะ’ เสร็จเขาก็หันมามองเฟรมเม่ด้วยสายตาอาฆาต เขาหยิบขวานยักษ์ที่สะพายอยู่ด้านหลัง มาเหวี่ยงไปมา บรรดาอันธพาลคนอื่นต่างถืออาวุธเอาไว้คนละชิ้น ทั้งดาบ ขวาน ไม้หน้าสาม หรือแม้แต่ขวดเหล้า

 

 

“แก.. บังอาจมาซ่าในถิ่นพวกเราเรอะ!” ชายหนุ่มโกรธจนหน้าแดงจัด เหวี่ยงขวานในมือเข้าใส่โดยไม่รอคำตอบจากอีกฝ่าย คมขวานสามารถโค่นต้นไม้ลงได้อย่างง่ายดาย เลือดสีแดงสดสาดกระจายไปทั่วบริเวณ ท่ามกลางเสียงคำรามอย่างฮึกเหิมของเหล่าอันธพาล แต่หลังจากนั้นไม่กี่อึดใจเสียงเหล่านั้นก็เงียบลง เมื่อเห็นว่านั่นเป็นเลือดของ ‘พรรคพวก’ ที่ถูกจับมัดไว้กับต้นไม้ไว้ก่อนหน้านี้..

 

 

“โอ้ะโอ..”

 

 

เสียงเหรียญกระทบกันทำให้พวกเขาต้องหันกลับไปมองอีกฝั่งหนึ่ง

 

 

เฟรมเม่ยืนอยู่ตรงนั้น ในมือถือถุงใส่เหรียญที่ล้วงมาจากอันธพาลทุกคนที่อยู่ตรงนั้น ใบหน้าของเขายิ้มแย้ม ผิดกับคนที่เหลือ พวกเขาทั้งโกรธ ตกใจ และหวาดกลัว..

 

 

ชายที่มีผ้าปิดตาโกรธจัดจนใบหน้าที่เหมือนกับมนุษย์แปรสภาพกลายเป็นหมา ป่า เขากระชับขวานในมือไว้แน่นแล้วชี้ไปยังร่างของเฟรมเม่ พร้อมคำรามเสียงดังเป็นสัญญาณให้พรรคพวกเข้าไปโจมตีพร้อมๆกัน “แกตาย!”

 

 

สิ้นเสียงคำราม พวกเขาก็วิ่งกรูกันเข้าไป และผลก็เหมือนเดิม เฟรมเม่ไปปรากฏอยู่ที่อีกฝั่งหนึ่ง สีหน้ายิ้มแย้มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

 

“ไอ้พวกสวะ! สวะ! สวะ! สวะ! ก็แค่เด็กคนเดียวยังทำอะไรไม่ได้!?” ชายที่มีผ้าปิดตาพ่นคำด่าออกมาอย่างคุ้มคลั่ง ใบหน้าสลับไปมาระหว่างมนุษย์และหมาป่า พวกที่ยืนอยู่รอบตัวเขาหน้าซีดเป็นไก่ต้ม เม็ดเหงื่อผุดขึ้นเต็มใบหน้าทั้งที่อากาศเย็นสบาย

 

 

“ผมไม่ได้อยู่คนเดียวสักหน่อย”

 

 

สิ้นคำพูดดังกล่าว ร่างของอันธพาลคนหนึ่งก็ล้มลง เลือดสีแดงสดไหลอาบไปทั่วพื้น.. จากนั้นคนที่สอง คนที่สาม ก็ล้มลงตามๆกันไป พวกเขาวิ่งหนีกันอลหม่าน ก่อนจะล้มลงกันทีละคนสองคน บางยังไม่ตายสนิทส่งเสียงร้องอย่างเจ็บปวด กระสุนสีเงินพุ่งฝ่าอากาศมาจากฝั่งที่เป็นอาคารร้าง ทะลุเข้าของชายที่สวมผ้าปิดตา ร่างของเข้าล้มลงกระแทกพื้นจนฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ก่อนกระสุนอีกหลายนัดจะตามมา พุ่งเข้าตัดเส้นเอ็นที่เข่าอีกข้าง ข้อมือซ้าย และขวา ตามลำดับ

 

 

“ลอบกัด..”

 

 

“เขาเรียกมีแผนต่างหากครับ”

 

 

เฟรมเม่ยังคงยิ้มแย้ม สิ้นความชุลมุน ภายในป่าก็เต็มไปด้วยร่างที่นอนหายใจรวยริน กลิ่นเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ร่างบางร่างมีมันสมองไหลออกมาจากรูที่ถูกกระสุนเจาะ ฝุ่นควันค่อยๆจางลง และร่างของคาร์โลก็ปรากฏออกมา ในมือถือสไนเปอร์ที่เขาถนัด เขายกมือขึ้นทักทายคล้ายจะบอกว่าภารกิจที่ได้รับสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี กางเกงสีดำและเสื้อกล้ามสีขาวเลอะเขม่าดินปืน

 

 

“ชักช้าเป็นบ้า...”

 

 

“ฮ่าฮ่า.. ขอโทษที พอดีงีบเพลินไปหน่อย”

 

 

คาร์โลตอบพลางยกมือขึ้นปิดปากที่กำลังหาว ชายที่มีผ้าปิดตาเงยหน้ามองพวกเขาอย่างอาฆาต เขารู้สึกเกลียดใบหน้ายิ้มแย้มนั่นจับขั้วหัวใจ ใบหน้างัวเงียของอีกคนก็เช่นกัน... ความรู้สึกหลายอย่างถ่าโถมกันเข้ามา ‘นี่ข้าก็กำลังจะกลายเป็นไอ้สวะที่ทำให้ท่านผู้นั้นอับอายเหมือนงั้นกันเรอะ คนอย่างข้าเนี่ยนะ?’

 

 

คาร์โลใช้ปลายเท้ากระทืบลงไปบนมือที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดสงสามครั้ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเหวี่ยงเท้าใส่ปลายคางของอีกฝ่ายอีกสามสี่ครั้ง ฟันซี่หนึ่งลอยระลิ่วก่อนจะตกลงบนพื้น เขาแล้วก้มลงไปมองหน้าใบหน้าที่สะบักสะบอมใกล้ๆ “นี่สำหรับพวกพ้องที่แกบอกว่าเป็นสวะ..”

 

 

เฟรมเม่ใช้เท้าเหยียบไปบนไหล่ของชายคนนั้น โน้มตัวลงไปใช้มือดึงเส้นผมของอีกฝ่ายออกมาจนแทบจะหลุดติดมือ รอยสักสีดำรูปกระทิงปรากฏให้เห็นเด่นชัดบนหลังคอ คาร์โลหรี่ตาลงอย่างพึงพอใจ

 

 

แปลว่าข่าวที่กริมกับสแกร์โครวไปสืบมาเชื่อถือได้..

 

 

“ฆ่าข้าซะ..”

 

 

“พวกผมฆ่านายแน่” เฟรมเม่ตอบ พลางล้วงมือเอาของขวดโหลที่บรรจุของเหลวสีสันแปลกๆออกมา เขาเปิดฝามันออกก่อนจะเอาไปอออยู่ใต้จมูกของอีกฝ่าย “แต่ต้องหลังจากที่พวกผมได้สิ่งที่ต้องการแล้วน่ะนะ”

 

 

“ท่านผู้นั้นของแกเนี่ย.. ตอนนี้เขาอยู่ไหนเหรอ?”

 

 

 

 

 

 

ในขณะเดียวกัน ที่สถานีตำรวจนอร์ทไซด์ กวินทร์กำลังเอามือเท้าคางอยู่บนโต๊ะทำงาน มองนกที่บินผ่านไปมาอย่างเลื่อนลอย มีจ่าเฉยยืนอยู่ข้างๆ ดวงตาสีดำเป็นประกายวาววับเพราะสีที่เพิ่งแห้งไป

 

“เฮ้อ..” เขาถอนหายใจ ก่อนจะหันไปมองสหายเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ “ตอนนี้พวกนั้นคงกำลังสนุกแน่เลยเนอะ จ่าเฉย..”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

'ฮึฮึ.. ไอ้หนูพวกนั้นไหวตัวแล้วงั้นรึ?'

'แส่หาเรื่องจริงๆ คิดเหรอว่าพวกมันจะทำอะไรข้าได้..'

Comment

Comment:

Tweet